วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ไทยพลัสนิวส์ “น้ำยายืดผม” ในไทยไม่พบสารก่อ ‘มะเร็ง’

 มั่นใจได้ อย.ยัน น้ำยายืดผม ในไทยไม่พบสารก่อ ‘มะเร็ง’

ไทยพลัสนิวส์ อย.ยัน “น้ำยายืดผม” ในไทยไม่พบสารก่อ ‘มะเร็ง’ อย. ตรวจสอบไม่พบการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์และเมทิลีน ไกลคอล สารเคมีตัวกระตุ้น ‘มะเร็ง’ ซึ่งเป็นส่วนผสมในสูตร ‘น้ำยายืดผม’ ในประเทศไทย ขอผู้บริโภคอย่ากังวล แนะซื้อเครื่องสำอางจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีฉลากภาษาไทย พร้อมข้อมูลเลขที่ใบรับจดแจ้ง เพื่อความปลอดภัย



จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยว่าองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาเตรียมแบน ‘น้ำยายืดผม’ ตรง เพราะมีส่วนประกอบของสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ซึ่งเป็นสารเคมีที่กระตุ้นโรค ‘มะเร็ง’ นั้น

เภสัชกร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สารฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นก๊าซที่ไม่มีสีและมีกลิ่นฉุนมาก หากสัมผัสหรือสูดดม จะก่อให้เกิดการระคายเคืองตา จมูกและผิวหนัง ประเทศไทยแบนมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 โดยประกาศให้สารฟอร์มาลดีไฮด์ รวมถึงสารเมทิลีน ไกลคอล (Methylene glycol) ซึ่งสามารถปลดปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้ เป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากเป็นสารก่อ ‘มะเร็ง’ สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียนและยุโรป

จากกรณีดังกล่าว อย. ได้ทำการตรวจสอบ “น้ำยายืดผม” ที่จดแจ้งแล้ว ยืนยันไม่พบการใช้สารฟอร์มาลดีไฮด์และเมทิลีน ไกลคอล เป็นส่วนผสม ไทยพลัสนิวส์



ขอเตือนผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้รับจ้างผลิตห้ามนำสารนี้มาผสมในเครื่องสำอาง หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางกฎหมาย ผู้ขายต้องระมัดระวังการเลือกซื้อเครื่องสำอางมาจำหน่าย ผู้บริโภคควรซื้อเครื่องสำอางจากผู้ขายที่น่าเชื่อถือ มีหลักแหล่งแน่นอน ผลิตภัณฑ์ต้องมีฉลากภาษาไทย ระบุข้อความครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ เลขที่ใบรับจดแจ้ง ชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง ชื่อของสารทุกชนิดที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อ ที่ตั้งของผู้ผลิตหรือนำเข้า ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ คำเตือน หรือตรวจสอบข้อมูลให้มั่นใจก่อนซื้อว่าเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งแล้วที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หัวข้อ ตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือทาง Line และ Facebook FDAThai

หากพบผลิตภัณฑ์ที่น่าสงสัยสามารถร้องเรียนที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม





ไทยพลัสนิวส์ PM2.5 เกินมาตรฐาน 25 จุด

 PM2.5 ใน กทม. พุ่ง ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 25 จุด ควรเฝ้าระวังสุขภาพ




ไทยพลัสนิวส์ PM2.5 ใน กทม. เกินมาตรฐาน 25 จุด ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดกิจกรรมกลางแจ้ง

ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 07:00 น. โดยภาพรวมปริมาณ ‘PM2.5’ ในประเทศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ แต่ในกรุงเทพมหานครพบ ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน 25 พื้นที่ สามารถตรวจวัดได้ 21.1 – 53.3 มคก./ลบ.ม.

ฝุ่น PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ มีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์

ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วนี้ เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลายชนิด อาทิเช่น การเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการก่อสร้าง ซึ่งเป็น 2 สาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่

ฝุ่น PM2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะ สามารถเดินทางผ่านทางเดินหายใจสู่ปอด และ กระแสเลือดได้ง่าย เพิ่มโอกาสของโรคหัวใจ และ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และ ต้องป้องกันด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานป้องกันฝุ่นขนาดเล็กโดยเฉพาะ


ไทยพลัสนิวส์ PM2.5 ใน กทม. เกินมาตรฐาน 25 จุด

  • ภาคเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 7.3 – 26.8 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 28.9 – 42.7 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 19.6 – 41.2 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 15.9 – 31.5 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 5.9 – 15.9 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. เกินค่ามาตรฐาน 25 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 21.1 – 53.3 มคก./ลบ.ม.

คำแนะนำทางสุขภาพ

ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง

ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์

ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม






ไทยพลัสนิวส์ เทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา 2023

 ตระการตา เทศกาลพลุนานาชาติ‘ พัทยา 2023 จัดเต็มความยิ่งใหญ่ 24-25 พ.ย.นี้

ไทยพลัสนิวส์ เทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา 2023 จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง สุดตระการตา จัดใหญ่อลังการ 24-25 พ.ย.นี้ บริเวณชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี



กลับมาอีกครั้ง กับ ความสวยงามตระการตา ที่ทุกคนรอคอย กับงาน เทศกาลพลุนานาชาติ เมืองพัทยา 2023 (Pattaya International Fireworks Festival 2023) ซึ่งเมืองพัทยา โดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬา จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันศุกร์และวันเสาร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน บริเวณชายหาดพัทยากลาง จ.ชลบุรี สำหรับ ปีนี้ตรงกับวันที่ 24 – 25 พ.ย. 2566

ทุกปีที่ผ่านมามีประชาชน และ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างล้นหลาม แต่ละปี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 400,000 คน สร้างรายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาท ถือเป็นการกระจายรายได้ ให้กับคนในพื้นที่พัทยา และ จังหวัดชลบุรี และ คาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยว เพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันให้ เทศกาลพลุนานาชาติ เมืองพัทยา 2023 เป็น Soft Power ของไทยสู่สายตานานาชาติ ที่สามารถเชื่อมต่อ และ สร้างเม็ดเงินมหาศาล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยต่อไป



ไทยพลัสนิวส์ ภายในงาน เทศกาลพลุนานาชาติ พัทยา 2023 จะ พบการแสดงพลุไฟ พร้อมแสง สี เสียง สุดตระการตา จัดใหญ่อลังการถึง 2 วัน คือ วันที่ 24 – 25 พ.ย. 2566 ซึ่งถือเป็นงานพลุที่ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ พร้อมกันนี้ยังมีกิจกรรม งานคอนเสิร์ต ร้านขายของ และ ร้านอาหารต่าง ๆ ให้เลือกชิม เลือกช้อปมากมาย

ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม




ไทยพลัสนิวส์ ขอพรเทพเจ้าที่ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง

 กินเจปีนี้ ชวนไปขอพรเทพเจ้าที่ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง สมุทรสงคราม

ไทยพลัสนิวส์ ขอพรเทพเจ้าที่ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียม กินเจ2566 ชวนสายมู ไปไหว้เทพขอพร กับศาลเจ้าสำคัญในพื้นที่ประวัติศาสตร์ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง เมืองสมุทรสงคราม


ไทยพลัสนิวส์ เข้าในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจประจำปี 2566 คนไทยเชื้อสายจีน ต่างดำเนินชีวิตกันตามขนบประเพณีอันดีงาม ทั้งละเว้นเนื้อสัตว์ ถือมั่นในศีล และไหว้พระไหว้เทพเจ้าขอพรอันปรารถนา จะว่าไปศาลเจ้านั้นมีมากมายหลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนมีความเป็นมาเป็นไป และ เรื่องราวตำนานขาน ในกินเจปีนี้ ขอแนะนำ ศาลเจ้าแห่งหนึ่งที่ควรแก่การไปสักการะ ขอพรเทพเจ้าที่ นั่นคือ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง

ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบของบริเวณ ศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกง ทำให้ดูมีมนต์ขลัง มีบารมี ท่ามกลางความสงบที่รายรอบล้อมตัวศาล บริเวณปากคลองแควอ้อม สำหรับศาลเจ้าไท้เพ่งอ๊วงกงนั้น ตามข้อมูลที่มีการจารจารึกเป็นอักษรภาษาจีน ติดไว้ภายในศาลแห่งนี้ระบุไว้ว่า  ตราสารฉบับนี้ส่วนหนึ่งเป็นประวัติการสร้างศาลเจ้า

กล่าวถึง ค่ายบางกุ้ง และ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ความว่าทหารพม่าล้อมค่ายบางกุ้งนานถึง 41 วัน เมื่อ เดือนยี่ แรม 6 ค่ำ ชาวบ้าน และ ทหารไทย-จีน ที่อยู่ในค่ายได้รับความลำบากมากข้าวปลาอาหารขาดแคลนพวกชาวบ้านคนชรายอมอดอาหาร เพื่อเอาอาหารให้ทหารไทย-จีนกิน ฝ่ายไต้ก๋งเจียม คือ ออกหลวงเสนาสมุทร ซึ่งเป็นผู้ดูแลเมืองแม่กลองในสมัยนั้น ได้แจ้งไปยังกรุงธนบุรี ขอกำลังช่วยรบกับพม่า

หลังจากตีพม่าแตกพ่ายแล้ว ก่อนพระเจ้าตากสินเสด็จกลับ ได้มีบัญชาให้ทหารไทยจำนวนหนึ่งช่วยรักษาเมืองแม่กลอง โดยให้อยู่ร่วมกับทหารจีน โดยมีพระบรมราโชวาทให้อยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อย่าได้รังเกียจเดียดฉันท์


พสกนิกรชาวจีนให้ความเคารพสักการะพระองค์ประดุจเทพเจ้าองค์หนึ่ง ถือกันว่าแผ่นดินตรงไหน พระองค์เสด็จไปถึง และพระบาทขอพระองค์ประทับลงตรงที่นั้นประชาชนจะได้รับแต่ความสุขความเจริญ สงบสันติทั่วทั้งภูมิภาคนั้น

ภายหลังพสกนิกรชาวจีนจึงได้สร้างศาลบูชาขึ้น ตรงที่พระออกเสด็จออกเรือ ท้ายค่ายบางกุ้ง เพื่อเป็น สถานที่เคารพบูชาของชาวจีนโดยทั่วไป โดยได้ถวายนามเป็นภาษาจีนว่า “ไท้เพ่งอ๊วงกง” แปลเป็น ภาษาไทย ว่า “เทพเจ้าแห่งสันติ

ตรงเหนือบานประตูด้านในศาลเจ้า มีง้าว แขวนอยู่ 1เล่ม ภายในมีพระประทาน พร้อมทั้งพระโมคคัลลา พระสารีบุตร ทั้งยังมีรูปปั้นจีนและเซียนมากมาย ที่สำคัญ คือ มีรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชตั้งอยู่บนแท่นบูชา

ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม






ไทยพลัสนิวส์ ทายาท (ขนมไทย) “ท้าวทองกีบม้า”

 เปิดตัว ทายาท (ขนมไทย) ‘ท้าวทองกีบม้า’ ยังมีชีวิตอยู่

ไทยพลัสนิวส์ ทายาท (ขนมไทย) “ท้าวทองกีบม้า” ผู้สืบสาน ต้นตำรับ ‘ขนมไทย’ สูตร ท้าวทองกีบม้า จนถึงปัจจุบัน ยังมีชีวิตอยู่




เรียกได้ว่าเปิดตัววันแรก ก็กระแสแรงทันที สำหรับละครเรื่อง “พรหมลิขิต” จนขึ้นเทรนด์ X (ทวิตเตอร์) พาเรตติ้งทะยาน โดยเฉพาะตัวละคร “ท้าวทองกีบม้า” หรือ ตองกีมาร์ หรือ มารี กีมาร์ ที่กลับมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่อง “ขนมไทย” ที่ปัจจุบันเรียกได้ว่า หากินในสูตรต้นตำรับยากมาก แต่ใครจะรู้ว่า เรายังมีทายาทขนมไทย ต้นตำรับท้าวทองกีบม้า ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ยังสืบสานอยู่จนถึงปัจจุบัน

ประวัติท้าวทองกีบม้า

“ท้าวทองกีบม้า” มีชื่อเสียงจากการปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนัก ตำแหน่ง “ท้าวทองกีบม้า” ว่ากันว่า นางได้ประดิษฐ์ขนมไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารโปรตุเกส อาทิ ทองหยิบ, ทองหยอด, ฝอยทอง, ทองม้วน, หม้อแกง, ขนมไข่เต่า, ขนมสำปันนี โดยเป็นผู้ที่นำไข่เข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก และมีการใช้น้ำตาลทรายมาเป็นส่วนประกอบในการทำขนมไทย ซึ่งนอกเหนือไปจากแป้งและน้ำตาลมะพร้าวที่มีอยู่แต่เดิม ถือว่าเป็นจุดพลิกเปลี่ยนโฉมหน้าครั้งสำคัญของขนมไทย จนได้สมญาว่าเป็น “ราชินีแห่งขนมไทย”


ไทยพลัสนิวส์ ทายาท (ขนมไทย) “ท้าวทองกีบม้า”

ซึ่งในปัจจุบัน หนึ่งในบรรดาต้นตำรับขนมท้าวทองกีบม้า คือ ขนมไทยของ “ป้ามะลิ” นางมะลิ ภาคาภร อายุ 80 ปี ที่ยังยึดการทำขนมไทยแบบดั้งเดิม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยู่ที่ ต.เกาะเรียน อ.พระนครศรีอยุธยา ห่างจากหมู่บ้านญี่ปุ่นและโปรตุเกส ประมาณ 1 กิโลเมตร

ป้ามะลิ ถือเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดชุมชนเครือญาติ “ท้าวทองกีบม้า” ปัจจุบันได้ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนขนมไทย ต้นตำรับท้าวทองกีบม้า มีสมาชิกที่เป็นเครือญาติช่วยกันทำขนมทั้งหมด 12 คน

เมื่อเดือน ส.ค. 2566 ป้ามะลิ เพิ่งเข้ารับปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2563-2564 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ปัจจุบัน สามารถสั่งขนมไทย ป้ามะลิ ได้จากเพจ ขนมไทย ป้ามะลิ ขนมไทยกรุงเก่า เกาะเรียน สามารถสั่งขนม และเข้าศึกษาเรียนรู้ วิถีการทำ ขนมไทย ต้นตำรับ ท้าวทองกีบม้า ได้

ข้อมูลจาก คมชัดลึกออนไลน์

อ่านบทความเพิ่มเติม






วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ไทยพลัสนิวส์ ผู้หญิงยุคใหม่รายได้สูง

 

ไทยพลัสนิวส์ ผู้หญิงยุคใหม่รายได้สูง ครองแชมป์กินเจมากที่สุด มังสวิรัติพร้อมทาน ยอดนิยมโต 7 เท่า

ไทยพลัสนิวส์ ผู้หญิงยุคใหม่รายได้สูง ข้อมูลจาก The 1 Insight ที่มีการคาดการณ์แนวโน้มการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจของปี 2566 โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ว่า ผู้ที่ใช้จ่ายในช่วงเทศกาลเจส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงถึง 76% อยู่ในช่วงวัยทำงาน (อายุ 25-55 ปี) สูงถึง 72% อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 65% เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูง (มีมูลค่าทรัพย์สินเฉลี่ยมากกว่า 2,000,000 บาท หรือรายได้ครัวเรือนมากกว่า 100,000 บาท) เป็นสัดส่วน 60% สะท้อนถึงอาหารเจที่มีราคาสูง และยังคงปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากต้นทุนการผลิตอาหารเจ อาทิ ผักบางชนิด มีแนวโน้มจะขยับขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวนที่มีผลต่อปริมาณผลผลิตนั่นเอง


อาหารมังสวิรัติ-นมทางเลือก-Plant based เมนูยอดนิยม

ในส่วนของเทรนด์สินค้าดาวรุ่งในช่วงเทศกาลกินเจ เทรนด์สำคัญที่คนส่วนใหญ่มักเลือกคือ “อิ่มท้องต้องทันใด อิ่มใจต้องทันที” คนไทยนิยมบริโภคอาหารมังสวิรัติปรุงเสร็จพร้อมทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหรือเบเกอรี โดยไม่ต้องปรุงอาหาร จึงเป็นประเภทสินค้าอาหารที่ได้รับความนิยมเติบโตสูงสุดในช่วงเทศกาลกินเจกว่า 7 เท่าในปี 2565 

อินไซต์ดังกล่าวสะท้อนวิถีชีวิตเร่งด่วนของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วได้อย่างชัดเจน อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือ “อาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้มีรายได้สูงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล” โดยมียอดขายเติบโต 2 เท่าในช่วงเทศกาลเจปี 2565 และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปีถัดไป ไม่ว่าจะเป็น นมทางเลือก อาทิ นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ๊ต รวมถึง เนื้อ Plant based ชนิดต่างๆ โดยทั้งสองเทรนด์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงในทิศทางใหม่ๆ ของพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจได้อย่างดี

นอกจากเทรนด์ใหม่ๆ ยังมีเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มคล้ายคลึงกันในทุกๆ ปี อย่างเช่น กลุ่มสินค้าที่ผู้ถือศีลกินเจคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ได้แก่ น้ำมันพืช เต้าหู้ นมถั่วเหลือง หรืออาจเรียกว่า “สินค้ายอดนิยมตลอดกาลช่วงเทศกาลเจ” มียอดขายเติบโตกว่า 25% ในช่วงเทศกาลเจปี 2565



เนื้อสัตว์หด ผักผลไม้ยอดขายพุ่ง

นอกจากนี้ผู้ถือศีลกินเจยังยึดหลักสำคัญ “เว้นอาหารต้องห้าม เน้นผักผลไม้มากขึ้น” ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลให้ยอดขายในกลุ่มผักและผลไม้เพิ่มขึ้น 10% และยอดขายในกลุ่มเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม และแอลกอฮอล์ลดลง 5% ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเวลานอกเทศกาล

ทั้งหมดนี้จึงมีการคาดการณ์ว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะกลับมากินเจอย่างคึกคักในปี 2566 อาจเป็นผลมาจากทั้งเทรนด์สุขภาพที่คนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมา รวมถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในระยะยาว สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร เทศกาลสั้นๆ เช่นนี้ อาจเป็นโอกาสดีในการทำแคมเปญกระตุ้นการขายโดยอาศัยความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนออาหารเจพร้อมทานจากวัตถุดิบอาหารสุขภาพรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม เปิดโอกาสดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ได้ใจในระยะสั้น พร้อมสร้างความประทับใจเพื่อเปลี่ยนขาจรเป็นขาประจำได้ในระยะยาวเช่นกัน

อ้างอิง : The 1 | The 1 Insights

อ่านบทความเพิ่มเติม




ไทยพลัสนิวส์ เทศกาลกินเจ 2566

 ไทยพลัสนิวส์ เตรียมตัว เทศกาลกินเจ 2566

ไทยพลัสนิวส์ เทศกาลกินเจ 2566 คำว่า “เจ” ในภาษาจีนทางพระพุทธศาสนา หมายถึง “อุโบสถ หรือการรักษาศีล 8” ของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ที่จะมีการรักษาอุโบสถศีล ไม่บริโภคอะไรหลังเที่ยงวันตามหลักศีล 8 ข้อ และไม่บริโภคเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ช่วงหลังจึงเรียกคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ว่า “กินเจ” ไปด้วย แต่ถึงกระนั้นการกินเจไม่ใช่เพียงแต่งดเนื้อสัตว์ อาหาร และเครื่องปรุงที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ แต่ยังรวมถึงการรักษาศีล ประพฤติตัวเป็นคนดีทั้งกาย วาจา ใจ อีกด้วย 




ทำไมต้องล้างท้อง

การล้างท้องหมายถึง เริ่มกินเจก่อนถึงวันเริ่มต้นเทศกาลจริง 1-2 วันเพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับสภาพ และทำความคุ้นเคยกับการกินเจได้ดียิ่งขึ้น

ประวัติความเป็นมาของเทศกาลกินเจ

เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้าปกครองประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน อาทิ การไว้ทรงผมเยี่ยงแมนจู คือ โกนศีรษะโล้นทางด้านหน้าและไว้ผมยาวทางด้านหลัง ซึ่งหลายคนคงจะชินตาในภาพยนตร์จีนที่นำมาฉายทางทีวี

ในสมัยนั้น มีคนจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้านชาวแมนจู โดยใช้หลักทางธรรมเข้ามาร่วมด้วย ชาวจีนกลุ่มนี้ นุ่งขาว ห่มขาวและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อว่า การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มของตนจนสามารถต้านทานชาวแมนจูได้ คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “หงี่หั่วท้วง” ซึ่งแม้จะได้ต่อสู้อย่างอาจหาญ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ “หงี่หั่วท้วง” ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น

ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล

สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่ พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของกการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ “เจ้าแม่กวนอิม” การกินเจ จึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ



เตรียมตัวอย่างไรกับเทศกาลกินเจ

  1. ห้ามกินผักที่มีกลิ่นฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง
    เพราะจะทำให้ร่างกายและพลังธาตุถูกทำลาย ร่างกายเกิดการกระตุ้นจากรสของอาหารนั้นๆ ได้แก่ หัวหอม ต้นหอม ใบหอม หลักเกียว กุ้ยช่าย กระเทียม ใบยาสูบ (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมึนเมา) หมายถึงต้องงดสูบบุหรี่และกินเหล้าในช่วงที่ถือศีลกินเจนี้ด้วย
  2. ห้ามกินเนื้อสัตว์
    หรืออาหารที่มีส่วนผสมหรือส่วนประกอบ หรือเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งจากสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นไขมันสัตว์ ไข่ เลือด อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเนื้อสัตว์
  3. ห้ามกินอาหารที่มีรสจัด
    ไม่ว่าจะเป็นทั้งเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด หรือเปรี้ยวจัดก็ตาม เพราะอาหารที่มีรสจัดจะไปกระตุ้นต่อมต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานมากขึ้น เชื่อว่าจะเป็นผลให้จิตใจไม่สงบในช่วงถือศีล กินเจนี้
  4. ห้ามกินอาหารที่คนปรุงไม่ได้ถือศีลกินเจ
    ข้อนี้แหละที่ทำให้คนถือศีลกินเจต้องไปอยู่รวมกันในสถานที่ที่มีคนกินเจรวมตัวกันอยู่ อย่างเช่นโรงทาน ศาลเจ้าต่างๆ ที่จัดงาน เพราะคนที่ทำหน้าที่ทำอาหารนั้นจะถือศีลด้วย
  5. ถ้วยชามที่ใช้ใส่อาหารจะต้องไม่ปนกัน
    ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือเบียดเบียนชีวิตใคร ต้องแต่งกายด้วยชุดขาว ห้ามพูดคำหยาบ โกหก ยุยง ส่อเสียด หรือพูดจาไม่เป็นสาระ
  6. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา
    ในช่วงที่ถือศีลกินเจตลอด 9 วัน
  7. ห้ามดับตะเกียงทั้ง ดวง
    ในสถานที่อย่างศาลเจ้า โรงเจ โรงทาน หรือสถานที่ที่จัดงานถือศีลกินเจ จะมีการจุดตะเกียง 9 ดวงเอาไว้ตลอดวันตลอดคืน จึงต้องมีคนเฝ้าไม่ให้ตะเกียงนั้นดับ

ทำไมเราต้องกินเจ

  1. กินเจ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะอาหารเจถือเป็นอาหารชีวจิตอย่างหนึ่ง ช่วยปรับสภาพร่างกายให้สมดุล ล้างพิษในร่างกาย รวมถึงช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะคนจีนเชื่อว่า เนื้อสัตว์เป็น “หยิน” และผักผลไม้เป็น “หยาง” โดยธรรมชาติคนเรามักทานเนื้อสัตว์เยอะกว่าผักผลไม้ การงดทานเนื้อสัตว์จึงเป็นการปรับให้หยินและหยางสมดุลมากยิ่งขึ้นด้วย
  2. กินเจ เพื่อทำบุญ เพื่อชำระล้างใจให้ใสสะอาด ไม่เบียดเบียนสัตว์โลก ทำให้จิตใจเราผ่องใสมากขึ้น เมื่อเราทราบว่าสิ่งที่เราทำเป็นเรื่องที่ดี ก็จะส่งผลต่อจิตใจที่เบิกบาน เป็นสุขขึ้น
  3. กินเจ เพื่อละเว้นกรรม ที่เกิดจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หรือแม้กระทั่งการจ้างฆ่าเพื่อการบริโภค หากเราทราบว่าการงดบริโภคเนื้อสัตว์ เป็นการช่วยชีวิตสัตว์นับพันนับหมื่น เราก็จะช่วยลดกรรมของเราได้มากขึ้น

ช่วงเทศกาลกินเจ ห้ามกินอะไรบ้าง

  1. ห้ามทานเนื้อสัตว์ และห้ามทำอันตรายต่อสัตว์
  2. ผักที่มีกลิ่นฉุน 5 อย่าง ได้แก่ กระเทียม (ไม่ดีต่อหัวใจ), หอมใหญ่ แดง ขาว ต้นหอม (ไม่ดีต่อไต), หลักเกียว ผักของจีน มีลักษณะคล้ายกระเทียมโทน (ไม่ดีต่อม้าม), กุยช่าย (ไม่ดีต่อตับ) และ ใบยาสูบ (ไม่ดีต่อปอดเมื่อใช้สูบ) นอกจากนี้ผักชนิดไหนที่มีกลิ่นฉุนก็ไม่ควรทานระหว่างช่วงกินเจด้วย
  3. นม เนย น้ำมัน และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
  4. อาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็นเค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด
  5. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  6. ใครที่กินเจจริงจัง ห้ามทานอาหารบนภาชนะที่ใช้ร่วมกับผู้ที่ไม่ได้กินเจ และต้องทานอาหารที่ปรุงจากคนที่กินเจด้วยกันเท่านั้น

ช่วงเทศกาลกินเจ กินอะไรได้บ้าง

  1. ชา กาแฟ ที่ไม่ใส่นม เนย หรือครีมเทียม
  2. วิตามินเสริมอัดเม็ด ที่ไม่มีสารสกัดจากสัตว์
  3. ขนมกรุบกรอบ ที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์
  4. พริกไทย เป็นสมุนไพร (แต่หากรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุน สามารถเลี่ยงได้)
  5. ขนมปัง (ที่เป็นขนมปังเจ หรือไม่มีส่วนผสมของนม)
  6. มาม่า หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (สูตรเจเท่านั้น)
  7. แต่งหน้า และฉีดน้ำหอม (สำหรับคนถือศีล 5 หากถือศีล 8 จะทำไม่ได้)

ช่วงเทศกาลกินเจ ทานอาหารเหล่านี้ได้ แต่ไม่แนะนำ

  • น้ำอัดลม (ไม่มีข้อห้าม แต่น้ำตาลสูงเกินไป)
  • ผงชูรส (แม้จะทำจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาลจากอ้อย แต่ผงปรุงรสอาหารอื่นๆ มักผสมเนื้อสัตว์)
  • ช็อคโกแลต (ส่วนใหญ่มีนมเป็นส่วนผสม แต่หากทานดาร์คช็อคโกแลต 100% ก็สามารถทำได้ แต่หายาก)

ถึงแม้การกินเจ จะดูเป็นเรื่องยากสำหรับคนชอบทานเนื้อสัตว์ แต่เราเชื่อว่าหากคุณได้ลองกินเจแล้ว นอกจากสุขภาพที่จะดีขึ้นอย่างทันตาเห็นแล้ว ยังอิ่มบุญอิ่มใจจากการถือศีล และหากออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย ยังได้ผิวพรรณที่ดี และหุ่นสวยหล่อเพอร์เฟ็คแน่นอน ใครยังไม่เคยก็ลองกินเจปีนี้เป็นปีแรกกันดูนะคะ รับรองว่าจะต้องติดใจจนไม่อยากหยุดกินเจแน่นอน

อ้างอิง : สสส. / เมนูอร่อย.com

อ่านบทความเพิ่มเติม

ไทยพลัสนิวส์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ประโยชน์และข้อควรระวังในการบริโภค

ไทยพลัสนิวส์ ประโยชน์ของเห็ด

ไทยพลัสนิวส์ ประโยชน์จากเต้าหู้

ไทยพลัสนิวส์ ประโยชน์จากตับ

ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย

 ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย เรื่องของอาหารการกิน ยังไงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อร...