วันอังคารที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566

ไทยพลัสนิวส์ 33 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

 33 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นักอนุรักษ์ ผู้รัก ป่าไม้-ธรรมชาติ เปิดสัญลักษณ์ใหม่1 ก.ย. วันสืบนาคะเสถียร วันที่รำลึกถึง ‘สืบ นาคะเสถียร‘ นักอนุรักษ์ไทย ผู้ที่รัก ป่าไม้ และ ธรรมชาติ ด้วยกาย วาจา และใจ ผู้ที่แลกชีวิตของตนเอง เพื่อปลุกจิตสำนึกของคนในสังคมให้ตื่นขึ้น ให้รับทราบความเป็นไปของสถานการณ์ป่าไม้ และ สัตว์ป่าเมืองไทย ในปี 2566 นี้ ไทยพลัสนิวส์ 33 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ของการจากไปของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นจริงจังใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายหลังการเสียชีวิต 18 วัน มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2533 วันเดียวกับการครบรอบ 94 ปีของกรมป่าไม้ หน่วยงานต้นสังกัดของนักอนุรักษ์นี้





ประวัติผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

‘สืบ นาคะเสถียร’ เกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2492 เป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติชาวไทย มีชื่อเสียงจากการพยายามปกป้อง แก่งเชี่ยวหลาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง และฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ มีชื่อเดิมว่า “สืบยศ” มีชื่อเล่นว่า “แดง” เกิดที่ตำบลท่างาม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรของ นายสลับ นาคะเสถียร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี กับ นางบุญเยี่ยม นาคะเสถียร มีพี่น้องทั้งหมดสามคน ตนเองเป็นคนโต สมรสกับ นิสา นาคะเสถียร มีบุตรสาวหนึ่งคน


ไทยพลัสนิวส์ 33 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร 

สัญลักษณ์ 33 ปี ‘สืบ นาคะเสถียร’

ทุก ๆ ปี ในวาระ รำลึก ‘สืบ นาคะเสถียร’ ระหว่าง เดือน ส.ค. – ก.ย. บนหน้าโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ขององค์กรจะปรับภาพโปรไฟล์ใหม่ เปลี่ยนจากตราสัญลักษณ์เดิมที่ใช้มาตั้งแต่วันก่อตั้ง เป็นสัญลักษณ์ที่จัดทำขึ้นพิเศษในปีนั้น ๆ

แต่ละปีสัญลักษณ์ที่ใช้จะแตกต่างกันตามแต่วาระ ธีมคอนเส็ปต์ เรื่องราวที่ต้องการสื่อสาร บางครั้งอาจมาจากเบื้องหลังการทำงาน ภารกิจและยุทธศาสตร์องค์กร หยิบยกเอาความคิดมาจัดวาง แล้วดีไซน์เป็นรูปร่าง

เช่นเดียวกับ สัญลักษณ์ 33 ปี สืบ ก็ถูกคิดและออกแบบมาจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ก่อนจะปรับลดให้เหลือสาส์นสำคัญ

สำหรับ สัญลักษณ์ 33 ปี ผู้ออกแบบ เจ้าหน้าที่ออกแบบของที่ระลึก ตั้งต้นไอเดียจากเรื่องราวของการเดินทาง ซึ่งเป็นช่วงระหว่าง 33 ปีที่ผ่านมา กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 34 ในเวลาต่อไป

33 ปีที่ผ่านมา คือ การหยิบเอาบางส่วนของสัญลักษณ์ดั้งเดิมมาใช้ (กวางผาโผนสู่เปลวเพลิงบนใบปอสาในฉากราตรีประดับดาว) โดยนำกวางผา ดวงดาว และเปลวไฟ มาประกอบเป็นตัวเลข 33



ส่วนการก้าวเข้าสู่ปีต่อไป คือรูปทรงที่นำมาจัดวางใหม่ ใช้โครงสร้างของตัวเลข 33 เป็นองค์ประกอบหลัก

เลข 3 ตัวแรกเป็นภาพกวางผากำลังหันเหลียวไปทางด้านหลัง ย้อนมองไปถึงวันเวลาที่ผ่านมา ทบทวนสิ่งต่าง ๆ ในอดีต งานที่สืบทำ ภารกิจสืบทอดเจตนา อันเป็นบทเรียนที่ควรค่าแก่การรักษาเจตนารมย์นั้นไว้

เลข 3 ตัวที่สอง ประกอบด้วยเปลวไฟ โดยอิงความหมายเดิม อุปสรรคที่จะต้องฟันฝ่า กล้ากระโดดผ่านแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเปลวเพลิง เพราะอย่างไรเสียก็คงปฏิเสธมิได้ว่างานอนุรักษ์ในอนาคตยังคงมากด้วยอุปสรรคอันร้อนแรงไม่ต่างจากเปลวเพลิงรออยู่

ระหว่างเลข 3 ทั้งสองตัว ประกอบด้วยดวงดาวที่สื่อตามความหมายเดิม หมายถึง เส้นทางแห่งกาลเวลาซึ่งประกอบ ไปด้วยอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เชื่อมร้อยด้วยการออกแบบให้เป็นรูปทรงกลม ที่เปรียบกับการหมุนวนของวัฏจักรชีวิตในระบบนิเวศ

นอกจากนี้ การออกแบบสัญลักษณ์ 33 ปี ยังอิงความหมายของการเปลี่ยนแปลงภารกิจที่อาจมีขึ้นในอนาคต

เนื่องจากในปี 2566 นี้ เป็นปีสิ้นสุดยุทธศาสตร์ 4 ปี การทำงานขององค์กร และในช่วงปลายปีมูลนิธิสืบนาคะเสถียรจะปรับปรุง หลักการ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ในเชิงรายละเอียดขึ้นใหม่ สร้างบทบาทการทำงานอนุรักษ์ขององค์กรให้เหมาะสมกับยุคสมัย

แต่ไม่ว่าในอนาคตกลยุทธ์การทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ภารกิจงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าไม้และสัตว์ป่า ก็ยังคงเป็นสิ่งที่องค์กรยึดมั่นตามเจตนารมย์ของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ สืบต่อไป

รำลึก 33 ปี ‘สืบ นาคะเสถียร’

ไทยพลัสนิวส์ 33 ปี มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ยังคงจัดกิจกรรมรำลึก โดยคงไว้ซึ่งกิจกรรมทั้งภาคป่าและภาคเมือง ทั้งที่ห้วยขาแข้ง และที่กรุงเทพฯ เหมือนเช่นที่ผ่านมา

และถึงแม้จะเรียกว่าเป็นงาน ‘รำลึก’ แต่เนื้อหาของกิจกรรม จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของการดูแลทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในปัจจุบัน หรือก็คืองานที่มูลนิธิสืบฯ กำลังดำเนินการ และได้ให้ความสำคัญมานับตั้งแต่วันก่อตั้งองค์กร

หรือกล่าวอีกนัย คืองาน ‘รำลึก’ และ ‘ต่อยอด’ จากสิ่งที่สืบสร้าง สู่งานสานต่อมาจนถึงทุกวันนี้

เจตนารมย์ของ ‘สืบ นาคะเสถียร’ ในวันนั้น ได้รับการสานต่อมาถึงตอนนี้อย่างไร งานรำลึก 33 ปี สืบ นาคะเสถียร จะมีเวทีบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเนื้อหาสำคัญ

ข้อมูล KomChadLuek

อ่านบทความเพิ่มเติม




ไทยพลัสนิวส์ สิ่งแวดล้อมในชุมชน

ไทยพลัสนิวส์ สิ่งแวดล้อมในชุมชน อธิบายได้ว่า เมื่อมนุษย์มีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน มนุษย์ก็จะรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม สร้างบ้านเรือนแหล่งที่อยู่อาศัย ทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์ มีกิจกรรมร่วมกัน และมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การรวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มในลักษณะนี้เรียกว่าชุมนุมชน




ภายหลังจากที่มนุษย์รวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่ม โดยเลือกสถานที่ตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยแล้ว มนุษย์ก็ได้เริ่มจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัวมนุษย์ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการดำรงชีพ ความสะดวกสบาย ในความเป็นอยู่และความปลอดภัยในชีวิต สิ่งรอบ ๆ ตัวที่มนุษย์เข้าไปจัดการนั้น บางครั้งมนุษย์แสวงหามาเอง บางครั้งสร้างให้มันเกิดขึ้น และบางครั้งก็ตกแต่ง ดัดแปลงปรับปรุง และใช้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่เองนั้น ในลักษณะที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของชุมชน

สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ล้อมรอบตัวมนุษย์ภายในบริเวณชุมนุมชนมีทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมาไว้ในชุมชน รวมเรียกกันว่า “สิ่งแวดล้อมชุมชน” อาจจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ อาจจะเป็นสิ่งที่มีตัวตนหรือไม่มีตัวตนก็ได้แต่ทุกอย่างจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต่อเนื่องกันเป็นวงจร



สิ่งแวดล้อมในชุมชน

สิ่งแวดล้อมในชุมชน อาจแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ได้แก่ อากาศ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเลสาบ มหาสมุทร พื้น ดิน แร่ธาตุ ภูเขา ป่าไม้และสัตว์อื่น ๆ เป็นต้น

สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ บ้านเรือน โรงเรียน ถนน รถยนต์ เขื่อนเก็บน้ำ ตลอด จนขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจและสังคมด้วย

สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็นชุมชน โดยมีขนบธรรมเนียบประเพณี ระบบเศรษฐกิจและสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้นและข้อจำกัดทางธรรมชาติเป็นกฎเกณฑ์และเป็นหลักสำหรับการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน เพื่อให้เกิดการดำรงชีวิตอย่างผาสุกและเสริมสร้างคุณภาพแห่งชีวิต

ในแต่ละชุมชนก็จะมีสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ ดินฟ้าอากาศ ทัศนคติ และนิสัยใจคอของผู้คนที่อยู่อาศัยในชุมชนด้วย เช่น บางแห่งอาจอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ บางแห่งอาจมีความกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลและบางแห่งก็สลับซับซ้อนด้วยทิวเทือกเขา มีภูเขามาก สิ่งแวดล้อมในบางแห่งเหมาะที่จะใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว บางแห่งก็เหมาะที่จะใช้ทำการเกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งแต่ละชุมชนต่างได้รับประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป ตามลักษณะของสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ และโดยความเป็นจริงแล้วสิ่งแวดล้อมได้ให้ประโยชน์แก่คนในชุมชนนั้นอย่างมากมายมหาศาล เราใช้สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต เป็นปัจจัยในการประกอบอาชีพ ให้เป็นกฎเกณฑ์และแนวทางในการดำเนินวิถีชีวิตของสังคม ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งรวมของความสวยงามตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งที่เราสามารถเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติได้

มนุษย์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อาศัยและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการอยู่รอดของชีวิต มนุษย์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ดังนั้นการกระทำของมนุษย์จึงมีผลกระทบกระเทือนต่อสิ่งแวดล้อม ต่อความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เราเรียกกันว่าระบบนิเวศวิทยา ผลกระทบกระเทือนนั้นเป็นไปได้ทั้งในทางสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น หรือในทางทำลายให้เลวลง ผลกระทบกระเทือนนี้เกิดขึ้นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม มีมากบ้างน้อยบ้าง



สิ่งแวดล้อมในชุมชน

ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ้าเราต้องการรับประทานอาหาร เราต้องเอาพืช ผลไม้ จากในป่าหรือต้องใช้ที่ดินเพาะปลูก ถ้าเราต้องการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ก็จำเป็นต้องตัดต้นไม้ในป่าเอามาสร้างบ้านจะทำให้จำนวนต้นไม้ ป่าไม้ ลดลง และถ้าลดลงมาก ๆ จะทำให้ธรรมชาติเสียความสมดุล ความสัมพันธ์ในระหว่างสิ่งแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไป ฝนอาจจะตกน้อยจนทำให้แห้งแล้ง หรืออาจจะเกิดน้ำท่วมได้ เพราะไม่มีป่าไม้ที่ช่วยทำให้น้ำถูกดูดซึมซับอยู่ใต้ดิน ในขณะเดียวกันถ้าเราช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ว่าจะต้นเล็กหรือต้นใหญ่ก็ตามจะช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนของเราดีขึ้น จะมีต้นไม้เขียวชอุ่มมาก ป่าไม้ก็อุดมสมบูรณ์ ซึ่งก็มีส่วนทำให้ฝนตก ไม่แห้งแล้ง และยังช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมได้ เพราะน้ำจะถูกดูดซึมไว้ในป่าและถูกปล่อยให้เราได้ใช้กันตลอดทั้งปี ด้วยวิถีทางธรรมชาติ ต้นไม้ยังช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ด้วย เพราะในเวลากลางวันต้นไม้จะหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และคายก๊าซอ๊อกซิเจนออกมา ซึ่งเป็นก๊าซที่มนุษย์เราต้องการในการหายใจ นอกจากนี้ ต้นไม้ยังช่วยทำให้บ้านเมืองและชุมชนมีความสวยงามร่มเย็นน่าอยู่อาศัยมากขึ้น

ไม่ว่ามนุษย์จะอยู่ ณ ที่แห่งใด จะตั้งชุมชนใหญ่หรือเล็กก็ตาม ตราบใดที่มนุษย์ยังต้องอาศัยพึ่งพาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ย่อมจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมได้ แม้ว่าจะมีมนุษย์อยู่เพียงคนเดียวในโลก สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลายได้เหมือนกัน เป็นต้นว่า มนุษย์เก็บเกี่ยวเอาพืชพันธุ์ไม้และล่าสัตว์เป็นอาหาร ตัดไม้ในป่าเอามาสร้างที่อยู่อาศัยและทำเชื้อเพลิงและมนุษย์ก็ยังขับถ่ายของเสียลงสู่สิ่งแวดล้อม แต่มนุษย์เพียงคนเดียวก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมไม่มากนัก แต่เมื่อใดก็ตามที่มีมนุษย์มากขึ้น ความต้องการใช้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มากขึ้นตามไปด้วย เพราะแต่ละคนต่างก็มีส่วนในการทำลายสิ่งแวดล้อมคนละมากบ้างน้อยบ้าง เมื่อรวมทั้งหมดแล้วสิ่งแวดล้อมในชุมชนจะถูกทำลายอย่างมาก และปรากฎให้เห็นอย่างเด่นชัด

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี ก็เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่ช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจากการที่เรามุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขยายการก่อสร้าง ปัจจัยพื้นฐานแห่งการพัฒนา เช่น ถนน เขื่อน สนามบิน ท่าเรือ ฯลฯ เร่งผลิตสินค้าและบริการให้ทันกับความต้องการของประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละชุมชนจึงถูกนำมาใช้กับวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก จากขบวนการพัฒนาและการผลิตทำให้มีของเสียเหลือทิ้งออกมาในรูปต่าง ๆ เจือปนอยู่กับสิ่งแวดล้อมในชุมชน ความสมดุลในธรรมชาติก็เสียไป

เมื่อสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย มีของเสียปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งแวดล้อมก็จะอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและอาจจะรุนแรงจนถึงขั้นเป็นพิษเป็นภัยได้ ผลกระทบจะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและการขยายตัวของกิจกรรมนั้น ๆ ผลของสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและเป็นพิษก็จะตกอยู่แก่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในชุมชน ปัญหาสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะผูกพันเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ เพราะสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กัน สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมและเป็นพิษจะมีผลโดยตรงต่อสุขภาพและอนามัยของมนุษย์ เพราะสภาพสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลง ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในการดำรงชีวิตอีกต่อไป นอกจากนี้ก็ยังมีผลกระทบกระเทือนต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่หยุดยั้ง และถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังแล้ว ทรัพยากรธรรมชาติก็จะสูญสิ้นลงอย่างรวดเร็ว



สิ่งแวดล้อมในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนี้ มิได้เกิดขึ้นกับแม่น้ำ อากาศ สารเคมี และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในรูปปัญหาทางสังคมอีก ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าลักษณะนิสัยใจคอ ความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้าน ความสามัคคีในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทั้งนี้ อาจจะเนื่องมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจภายในครอบครัว ความยากจน การเปลี่ยนแปลงในสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ การคมนาคม ติดต่อสื่อสารกับสังคมภายนอก ตลอดจนการรับเอาวัฒนธรรมและแนวความคิดจากที่อื่น ๆ มามาก ภายในชุมชนของเราจึงเปลี่ยนแปลงไป ความมีระเบียบ การรักษาหน้าที่ความรับผิดชอบ การปฏิบัติตามกฏเกณฑ์จึงหย่อนคลายลง


ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ นั้น ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรีบด่วนและถูกวิธีแล้วปัญหาต่าง ๆ จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในชุมชนนั้น จะต้องเลือกใช้หลักวิชาการที่ผสมผสานได้กับลักษณะนิสัย ทัศนคติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในชุมชนด้วย จะต้องเป็นที่ยอมรับและไม่ถูกโต้แย้งจากคนในชุมชนนั้น ๆ

สิ่งแวดล้อมบางอย่างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คนทุกคนในชุมชนเป็นเจ้าของและมีสิทธิที่จะใช้ได้ เราทุกคนก็ควรที่จะมีหน้าที่ดูแลรักษาและแก้ไขให้สภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะมีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก็ตาม แต่การดำเนินงานอาจมีอุปสรรคบ้าง ล่าช้าบ้าง ถ้าคนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ทุกคนควรจะถือว่าสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเป็นทรัพย์สมบัติของชาติ และถือเอาเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ของตัวเองที่มีต่อชุมนุม ในอันที่จะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่ในสภาพที่ดีมีคุณภาพ เพื่อคนทุกคนในชุมชน เพื่อส่วนรวม เพื่อตัวเอง และครอบครัว และเพื่ออนุชนรุ่นหลังที่จะได้มีโอกาสพึ่งพาอาศัยและใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อไปในวันข้างหน้า



ถ้าสมาชิกในชุมชนทุกคนสำนึกในหน้าที่ของตนเองที่มีต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชน ยอมเสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ คำนึงถึงแต่ประโยชน์ของชุมชนส่วนรวมเป็นข้อใหญ่แล้ว อีกไม่ช้าไม่นานภายในชุมชนก็จะมีแต่สภาพแวดล้อมที่ดี สภาพสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้คนทุกคนดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุข ความปลอดภัยในชีวิต มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง ชุมชนก็จะมีแต่สมาชิกที่ดีมีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติตลอดไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

หาดถ้ำพระนาง ที่เที่ยวทะเล กระบี่

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดสวย กรุงเทพ ย่านเยาวราช กับ พระทองคำที่สุดของโลก

อุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดนครนายก ประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2566

หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่

  ทะเลไทย สวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่รักในความสวยงามของน้ำทะเลสีมรกตเหมือนอัญมณีล้ำค่า และบรรยากาศสบาย ๆ ที่ช่วยเยียวยาและเติมพลังชีวิตให้สดชื่นมากขึ้น ล่าสุด เว็บไซต์ World Beach Guide เว็บค้นหาและเก็บข้อมูลชายหาดต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้คนได้รู้จักกับชายหาดที่สวยงามจากมุมต่าง ๆ ของโลก ได้จัดอันดับชายหาดที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2023 (Top 100 beaches on Earth 2023) ซึ่งชายหาดจากประเทศไทยติดอันดับถึง 5 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ วันนี้เราจะขอพาทุกคนไปเที่ยวหาดไร่เลย์ ชายหาดที่สวยงาม จนเป็นที่เลื่องลือในหมู่นักท่องเที่ยวมากมาย เป็นจุดหมายที่หลายคนทั่วโลกอยากไปเช็กอิน ฟินกับธรรมชาติ หาดทรายขาวละเอียด และน้ำทะเลสดใสมาก ๆ เลย



หาดไร่เลย์ อยู่ที่ไหน

           หาดไร่เลย์ ตั้งอยู่ที่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เป็นหาดทรายสีขาวละเอียด โดดเด่นด้วยลักษณะที่สวยงามของหน้าผาทิวเขาหินปูน ชายหาดของไร่เลย์มี 2 ฝั่ง คือ หาดไร่เลย์ตะวันตก (หาดน้ำเมา) เป็นที่ตั้งของถ้ำพระนาง ซึ่งภายในมีศาลพระนางที่ชาวเรือแถบนี้เคารพสักการะ เหมาะสำหรับชมทัศนียภาพของพระอาทิตย์ตก และหาดไร่เลย์ตะวันออก โดยมีโขดหินคั่นระหว่างหาดทั้งสอง นอกจากความสวยงามของหาดทรายและทะเลใสแล้ว ที่หาดไร่เลย์ยังมีกิจกรรมที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คือ การปีนผา เนื่องจากด้านปลายหาดมีผาหินปูนที่มีความสูงเหมาะสำหรับการปีนผา ซึ่งการปีนผาที่หาดไร่เลย์นี้สามารถทำได้ทั้งปี โดยในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการจัดกิจกรรมปีนผาเป็นประจำ บริเวณที่นิยมปีนผาคือบริเวณหาดไร่เลย์ตะวันออก อ่าวต้นไทร และเขาแถวถ้ำพระนางใน

           หาดไร่เลย์ หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นเกาะ แต่จริง ๆ แล้วตั้งอยู่บนผืนแผ่นดิน แต่ที่ต้องเดินทางด้วยเรือเพราะหาดแห่งนี้ถูกภูเขาล้อมรอบทุกด้าน ทำให้ผู้คนที่จะเดินทางไปเที่ยวต้องนั่งเรือเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งนี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านที่นี่ยังไม่ถูกเทคโนโลยีหรือความเจริญกลืนกิน รวมถึงวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและการใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว




ไฮไลต์หาดไร่เลย์ที่ไม่ควรพลาด

ถ้ำพระนาง : ถ้ำหินงอก-หินย้อย ตั้งอยู่บริเวณหาดพระนาง ซึ่งเป็นจุดลงเรือจุดแรก ด้านหน้าจะมีศาลพระนางที่ให้ขอพรเรื่องความรัก การแต่งงาน และการมีบุตร

ปีนผาไร่เลย์ : กิจกรรมสำหรับสายบ้าพลังทั้งหลาย บอกเลยว่าห้ามพลาด แนะนำให้เล่นตอนเช้า เพราะเป็นกิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะมาก

จุดชมวิวไร่เลย์ : จุดชมวิวสูงสุดของไร่เลย์ เป็นมุมที่ได้เห็นไร่เลย์ทั้งสองฝั่ง โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นเขาระยะสั้นเพื่อขึ้นไปชมวิวสูงสุดของไร่เลย์

Princess Lagoon : จุดเล่นน้ำสุด Unseen ของไร่เลย์ ที่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน เพราะมีทั้งการเดินขึ้น-ลงเขา ปีนผา แนะนำให้มีผู้ชำนาญเส้นทางไปด้วย และไม่ควรไปช่วงหลังฝนตกเพราะลื่นและอันตรายมาก

จุดชมวิวถ้ำค้างคาว : จุดชมวิวที่มองลงมาเห็นชายหาดสวย ตอนเย็น ๆ จะมีค้างคาวออกหาอาหาร โดยเราจะได้เห็นค้างคาวบินขึ้นท้องฟ้าเป็นฝูงเลย

พายคายักหรือซัพบอร์ด : เมื่อพายไปถึงหลังเกาะจะได้เจอมุมลับที่น้ำใสมาก แต่อย่าลืมทากันแดดด้วยนะ

ดูพระอาทิตย์ตก : ไร่เลย์เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสุด ๆ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่นิยมพาคู่รักมานั่งดื่มด่ำบรรยากาศ ดูความสวยงามของพระอาทิตย์ตก ยามแสงแดดสะท้อนเงาจากหินลงไปที่อ่าว ภาพต้นมะพร้าวเรียงกันเป็นทิวแถว เรือประมงจอดเรียงรายที่ชายฝั่ง ภาพดังกล่าวเป็นเหมือนแดนสวรรค์อันสุขสงบ

ภาพจาก : Maciej Bledowski / Shutterstock.com

ภาพจาก : Maciej Bledowski / Shutterstock.com



ที่พักหาดไร่เลย์

           บริเวณหาดไร่เลย์ทั้งสองฝั่ง มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น

Rayavadee

         รีสอร์ตสุดหรูระดับ 5 ดาว ริมหาดไร่เลย์ฝั่งทิศตะวันตก ให้บริการห้องพักแบบพาวิลเลียนและวิลล่าส่วนตัว ทั้งหมดตั้งอยู่ท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณและสวนมะพร้าวอันร่มรื่นในพื้นที่กว่า 60 ไร่ โอบล้อมด้วยชายหาดสวยทั้งหาดไร่เลย์และหาดพระนาง สถาปัตยกรรมภายในโรงแรมได้รับการออกแบบอย่างลงตัว สามารถผสมผสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติและลักษณะภูมิประเทศโดยรอบ บรรยากาศภายในเงียบสงบ สบาย เหมือนหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางภาคใต้ของไทย

เฟซบุ๊ก : Rayavadee

โทรศัพท์ : 0-2301-1861-3

Railay Bay Resort & Spa

         ที่พักติดกับหาดทรายสีขาว น้ำสีฟ้า แถมยังมีวิวเขาแบบแนบชิด ดีไซน์ดูหรูหราลงตัวกับธรรมชาติ ให้บริการห้องพักบรรยากาศสบาย ๆ แถมอยู่ใกล้กับหาดถ้ำพระนางเพียง 950 เมตร และใกล้กับหาดไร่เลย์แบบเดินถึงได้ใน 16 นาที 

เฟซบุ๊ก : Railay Bay Resort & Spa

โทรศัพท์ : 09-1036-7916

Railay Village Resort & Spa

          ที่พักริมหาดไร่เลย์ฝั่งตะวันตก โอบล้อมด้วยสวนมะพร้าวและหน้าผาหินปูน ให้บริการห้องพักแบบพูลวิลล่า และสปาวิลล่า ทุกห้องพักตกแต่งโดยเน้นถึงความสะดวกสบายของผู้เข้าพักเป็นสำคัญ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สปา และกิจกรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพายเรือแคนู ปีนเขา ให้ได้ท้าทายความสามารถกันอีกด้วย

เฟซบุ๊ก : Railay Village Resort , Krabi - Thailand

โทรศัพท์ : 08-0531-3443

Sand Sea Resort


         

รีสอร์ตสวยตั้งอยู่ริมหาดไร่เลย์ ด้านทิศตะวันตก ให้บริการห้องพักทั้งแบบบังกะโลหลังเดี่ยว ห้องสวีตที่เน้นมอบความสะดวกสบาย ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังมีร้านค้า บริการซักรีด-ซักแห้ง ห้องประชุม ห้องอาหาร บริการรับ-ส่งสนามบิน และเคาน์เตอร์ทัวร์ให้บริการข้อมูลด้านท่องเที่ยวอีกด้วย

เฟซบุ๊ก : Sand Sea Resort, Railay Beach Thailand

โทรศัพท์ : 0-7581-9463



การเดินทางไปหาดไร่เลย์

        จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดกระบี่ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ส่วนบุคคล แต่สำหรับการเดินทางไปหาดไร่เลย์ จะต้องเดินทางโดยเรือเท่านั้น เพราะไม่มีทางรถเข้าไป โดยสามารถนั่งเรือได้จาก ท่าเรืออ่าวนาง หรือ ท่าเรืออ่าวน้ำเมา จะใช้เวลาในการเดินทางไปยังหาดไร่เลย์ประมาณ 15-20 นาที ทั้งนี้ ถ้านักท่องเที่ยวนั่งเรือหางยาวมาจากท่าเรืออ่าวนาง จะมาขึ้นฝั่งที่ไร่เลย์ตะวันตก และถ้านั่งเรือมาจากท่าเรืออ่าวน้ำเมา จะมาขึ้นฝั่งที่ฝั่งไร่เลย์ตะวันออก ซึ่งนักท่องเที่ยวควรที่จะรู้และมีข้อมูลว่าได้จองห้องพักและสถานที่ตั้งอยู่ในหาดไร่เลย์ตะวันออกหรือหาดไร่เลย์ตะวันตก เพื่อจะได้สะดวกเวลาเช็กอินเข้าที่พัก

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปหาดไร่เลย์ได้ที่ เฟซบุ๊ก อบต. อ่าวนาง โทรศัพท์ 0-7563-7146 ต่อ 22


        


 หาดไร่เลย์ อีกหนึ่งที่เที่ยวกระบี่ที่สวยงาม จุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จนได้รับการจัดให้เป็นอันดับที่ 9 ของชายหาดที่ดีที่สุดในโลก มีทั้งธรรมชาติที่สวยงามและกิจกรรมมากมายให้ทำ ร้อนนี้ชวนเพื่อนฝูงและครอบครัวลงไปเที่ยวทะเลใต้ ที่หาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ กันดีกว่า

หาดถ้ำพระนาง ที่เที่ยวทะเล กระบี่

ที่เที่ยวทะเลใต้ สวยๆ ประจำ ท้องทะเลอันดามัน ถ้าให้พูดก็คงลิสกันได้ยาวเป็นหน้าๆ เต็มแผ่นกระดาษเลย แต่ถ้าเป็น กระบี่ ล่ะก็ คงจะต้องมี หาดถ้ำพระนาง อยู่ในลิสแน่ๆ เราก็เลยจะให้ทุกคนไปเล่นน้ำชิลๆ นอนชมวิวทะเล กันที่นี่เลยค่ะ





เที่ยว หาดสวย ทะเลใส ที่ หาดถ้ำพระนาง 

หาดถ้ำพระนาง  อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา

     หาดถ้ำพระนาง ตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เป็นชายหาดที่สวยงามแห่งหนึ่งของกระบี่เลย เพราะมีวิวภูเขาหินปูน และ หน้าผา พร้อมกับถ้ำที่ล้อมรอบด้วยทรายขาวและน้ำทะเลใสๆ โดยชายหาดจะมีความยาวประมาณ 400 เมตร ทำให้ที่นี่เหมาะกับการเล่นน้ำ หรือ เล่นกิจกรรมชายหาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ปืนหน้าผา นอนอาบแดดที่ชายหาด พายเรือคายัค วอล์เลย์บอล ฟุตบอล ชมวิวพระอาทิตย์ตก เป็นต้นค่ะ




ที่เที่ยวกระบี่

     ในบริเวณสุดทางของชายหาด จะเจอกับ ถ้ำพระนาง เป็นถ้ำเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของ ศาลพระนาง ที่ชาวเรือและคนในท้องถิ่นให้ความเคารพนับถือกันค่ะ โดยชาวเรือจะมากราบไหว้ขอพรก่อนออกเรือไปทะเล เพื่อทำการประมงแล้วจะโชคดีสมหวังค่ะ และแก้บนด้วยการนำปลัดขิกมาถวายค่ะ ภายในโถงถ้ำจะมีหินงอกหินย้อย สลับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ซึ่งภายในถ้ำจะมีแสงไฟส่องทั่วถ้ำ สามารถเดินเที่ยวถ้ำได้เลยค่ะ ส่วนบริเวณปากถ้ำพระนาง ก็จะมีของขาย จากพ่อค้าแม่ค้ามาขาย ทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม และ ของที่ระลึกค่ะ




ที่เที่ยวภาคใต้ ทะเล

     การเดินทางมาที่ หาดถ้ำพระนาง นั้น สามารถมาทางเดียวกับ หาดไร่เลย์ ได้เลยค่ะ เพราะสามารถเดินถึงกันได้ แต่หาดนี้จะไม่สามารถเดินทางมาด้วยรถยนต์ได้นะคะ เพราะจะถูกปิดกั้นด้วยแนวป่า และ ภูเขาหินปูน ทำให้ต้องนั่งเรือมาเท่านั้นค่ะ ทำให้ อ่าวถ้ำพระนาง ยังคงสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติ มีน้ำทะเลใส หาดทรายสะอาดขาว คนไม่เยอะพลุกพล่านมากนักค่ะ




หาดถ้ำพระนาง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา

     แน่นอนว่าใครที่ได้มาเที่ยว กระบี่ ก็จะต้องแวะมาเที่ยว หาดถ้ำพระนาง หาดดังแห่งนี้กันค่ะ นอกจากจะมาเที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้แล้ว ยังไงก็อย่าลืมช่วยกันรักษาความสะอาดและดูแลให้ธรรมชาติสวยๆ แบบนี้อยู่กับเราไปนานๆ นะคะ

ที่อยู่ : หาดถ้ำพระนาง อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

พิกัด : https://goo.gl/maps/F3oDu23HMb29roJP8 

เปิดให้เข้าชม : สามารถสอบถามเวลาเรือเข้าออกได้จากเรือโดยสารหรือบริษัททัวร์

โทร : -

เว็บไซต์ : -

อ่านบทความเพิ่มเติม




วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดสวย กรุงเทพ ย่านเยาวราช กับ พระทองคำที่สุดของโลก

  เราน่าจะรู้จัก วัดไตรมิตร หรือชื่อเต็มๆ ของวัดคือ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร วัดสวย ของ กรุงเทพ วัดนี้มีความพิเศษที่วัดไหนก็ไม่มีเหมือน นั่นก็คือ หลวงพ่อทองคำ ที่เป็นพระพุทธรูปที่สุดของโลกเลยนะคะ ว่าแต่จะที่สุดในเรื่องไหนกันนั้น ตามมาดูกันเลยค่า




ไหว้พระ 9 วัดกรุงเทพ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แก้ชง เสริมดวง ตามคติความเชื่อ

วัดไตรมิตร วิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ

เที่ยว วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

สักการะ หลวงพ่อทองคำ เสริมสิริมงคล




ประวัติ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

     วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือที่เรียกว่า วัดสามจีน ตั้งอยู่ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ เป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในยุดใด เมื่อก่อนนั้น จะมีชื่อว่า วัดสามจีน เพราะมีเรื่องเล่าว่ามีชาวจีน 3 คน ช่วยกันก่อสร้างวัดนี้ขึ้นมา แต่อีกสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัด ก็คือ พระมหามณฑป นั่นเองค่ะ

หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตร

     ซึ่งพระมหามณฑปนี้ เป็นที่ประดิษฐานองค์ พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ หลวงพ่อทองคำ ที่วิจิตรงดงามอย่างมาก และยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกด้วยค่ะ โดยภายในพระมหามณฑป จะมีทั้ง ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ประวัติความเป็นมาของย่านจีนสำเพ็ง-เยาวราช นิทรรศการพระพุทธรูปทองคำ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดพระพุทธรูปต่างๆ จนมาถึง หลวงพ่อทองคำนั่นเองค่


ไฮไลท์ ของ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

     หลวงพ่อทองคำ นี้ ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่ในอดีตเลย ด้วยความประณีตของพุทธศิลปะ และทำจากเนื้อทองคำบริสุทธิ์นี้ เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆ เลยค่ะ นอกจากนั้นหลวงพ่อทองค้ำนี้ ยังได้รับการจดบันทึกลงกินเนสบุ๊ค ว่าเป็น พระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อีกด้วย




วัดสวย กรุงเทพ

     นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ภายใน วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ทั้ง พระอุโบสถ ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า พระพุทธทศพลญาณ หรือ หลวงพ่อโตวัดสามจีน หรือ หลวงพ่อวัดสามจีน ค่ะ รวมไปถึง พระวิหาร และ ธรรมาสน์ลายทองเท้าสิงห์ เป็นต้นค่ะ

     วัดสวย ของ กรุงเทพฯ นอกจากความสวยงดงามยิ่งใหญ่อลังการแล้ว ก็ยังมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานอีกด้วยนะคะ เหมาะมากๆ ที่จะใช้เป็นแหล่งการเรียนรู้ ใครอยากแวะเวียนมาไหว้พระก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน มาลงที่สถานีหัวลำโพง ออกทางออกหมายเลข 1 เดินไปวัดได้เลยค่ะ ประมาณ 10 นาทีก็ถึง ระหว่างทางก็สามารถชมวิวสวยๆ ของกรุงเทพฯ ได้อีกด้วยนะคะ


 



ที่เที่ยวกรุงเทพ วัดไตรมิตร

ข้อมูล วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพ

ที่อยู่ : 661 ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

พิกัด : https://goo.gl/maps/jUAKbr2gzYkcGLgx7 

เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00 น.

โทร : -

เว็บไซต์ : -

อ่านบทความเพิ่มเติม




อุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดนครนายก ประเทศไทย

เทวรูปองค์พระพิฆเนศปางไสยาสน์ประทานพรขนาดใหญ่ภายในอุทยานพระพิฆเนศ 





             อุทยานพระพิฆเนศ (Ganesha Park) โดดเด่นด้วยเทวรูปองค์พระพิฆเนศปางไสยาสน์ประทานพรและปางนั่งประทานพรและขนาดใหญ่ เป็นเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู อีกทั้งพระพิฆเนศยังเป็นเทพที่ชาวไทยจำนวนมากให้ความเคารพศรัทธาเป็นอย่างมาก ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกที่มีผู้คนแวะเวียนมาเที่ยวชม สักการะ และขอพรอยู่เสมอ โดยวิธีการขอพรจากพระพิฆเนศเราจะต้องกระซิบขอผ่านหูหนูมุสิกะ ซึ่งเชื่อกันว่าหนูมุสิกะเป็นบริวารผู้ดูแลต้นห้องขององค์พระพิฆเนศ จากนั้นหนูมุสิกะจะนำความต้องการของเราไปทูลองค์พระพิฆเนศให้อีกทีหนึ่ง





ประวัติ

             อุทยานพระพิฆเนศตั้งอยู่ในอำเภอเมืองนครนายก สร้างขึ้นบนที่ดินของเจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามวรวิหารซึ่งได้รับการถวายจากลูกศิษย์หลวงพ่อภูอดีตเจ้าอาวาสวัดเวฬุราชิน โดยมีการจัดสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและเทวรูปองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ขึ้นสองปาง ได้แก่ ปางไสยาสน์ประทานพร และปางนั่งประทานพร และ โดยองค์เทวรูปปางไสยาสน์ประทานพรมีขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 15 เมตร ซึ่งเป็นเทวรูปพระพิฆเนศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศที่จัดแสดงองค์พระพิฆเนศปางต่างๆ จำนวน 108 ปาง และพระพิฆเนศองค์ดำโบราณที่มีอายุ 800 กว่าปีที่ประดิษฐานอยู่ภายในหอมหาเทพให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมและสักการะบูชาอีกด้วย

             โดยพระพิฆเนศเป็นเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่มีกายเหมือนมนุษย์และมีเศียรเป็นช้าง เป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ในศิลปวิทยาการทุกแขนง และชาวไทยส่วนใหญ่ก็เคารพบูชาในฐานะองค์บรมครูแห่งศิลปวิทยาการ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้มีจิตศรัทธามักจะแวะมาเที่ยวชมและสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่เสมอ

องค์พระพิฆเณศปางนั่งประทานพร

บริเวณพื้นที่สักการะองค์พระพิฆเนศ

บริเวณองค์เทวรูปตกแต่งด้วยรูปปั้นพญานาคและสิงห์

ภายในบริเวณยังมีการจัดแสดงองค์พระพิฆเนศปางต่างๆ 


การเดินทางจากกรุงเทพไปยังจังหวัดนครนายก

             - รถยนต์ (Car) จากกรุงเทพไปยังจังหวัดนครนายกโดยรถยนต์มีระยะทางประมาณ 115 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

             หากต้องการเดินทางโดยรถทัวร์ ให้ไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิต2 แล้วลงที่สถานีขนส่งนครนายก โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเวลาเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่ https://www.busonlineticket.co.th/th/bus-terminal_th/mo-chit-bus-terminal-chatuchak




การเดินทางไปอุทยานพระพิฆเนศ

             - รถยนต์ (Car) จากตัวเมืองนครนายก ไปอุทยานพระพิฆเนศ มีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

             สามารถเหมารถหรือเช่ารถรับจ้างไปยังสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครนายกได้ตามความสะดวก


เวลาทำการเปิด-ปิด

             เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.

รูปปั้นหนูมุสิกะ (ขอขอบคุณภาพจาก https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4873)

อัตราค่าเข้าชม

             ไม่เสียค่าเข้าชม

ภายในบริเวณยังมีห้องวัตถุมงคลให้ผู้ที่สนใจบูชา

เวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 


บริเวณสวนในอุทยานพระพิฆเนศ

             นักท่องเที่ยวที่สนใจมาเที่ยว อุทยานพระพิฆเนศ สามารถศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่


                         อุทยานพระพิฆเนศ จังหวัดนครนายก ประเทศไทย


                         (Ganesha Park, Nakhon Nayok, Thailand)


                         ระดับความนิยม : 


                         อัตราค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้าชม


                         เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 08:00 น. – 18:00 น.


                         ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว : ตลอดทั้งปี


                         สถานที่ตั้ง : จังหวัดนครนายก ประเทศไทย


                         โทรศัพท์ : (+66) 064 997 4929


                         เว็บไซต์ : https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/4873


                         ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ : พยากรณ์อากาศ https://www.accuweather.com/

อ่านบทความเพิ่มเติม





น้ำตกทีลอซู

 น้ำตกทีลอซู เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 250 เมตร ล้อมรอบไปด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชียต้องการอ้างอิง


ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน - พฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กิโลเมตร แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อน ระหว่างเดือนธันวาคม - พฤษภาคม ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้น้ำตกทีลอซู เป็นหนึ่งในเก้าตะวัน ตามโครงการมหัศจรรย์เมืองไทย 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน โดยมีจุดเด่นคือ "มหัศจรรย์รุ้งกินน้ำที่น้ำตกทีลอซู"



สิ่งที่น่าสนใจ

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ก่อนถึงน้ำตกจะผ่านป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ มีดอกกระเจียวขึ้นตามพื้นป่าระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมายเกี่ยวกับธรรมชาติและพืชพันธุ์ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา เมื่อถึงบริเวณน้ำตก จะเห็นละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วโขดหินเบื้องล่าง มองเห็นธารน้ำตกลงมาจากผาหินปูนซึ่งอยู่สูงประมาณ 300 เมตร ตามแนวกว้างกว่า 500 เมตร ท่ามกลางป่าครึ้ม อาจแบ่งธารน้ำตกได้เป็นสามกลุ่ม คือกลุ่มด้านซ้ายมือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาน้ำตก) เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดสูงที่สุด และเป็นด้านที่สวยที่สุด มีธารน้ำตกหลายสายไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นเชิง ส่วนกลุ่มตรงกลาง สายน้ำไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันใกล้เคียงกบกลุ่มซ้ายมือแต่ไม่เป็นชั้นและแคบกว่า ส่วนหลุ่มทางขวามือ มีสายน้ำตกมากและหน้าผาเตี้ยกว่าสองกลุ่มแรก เมื่อมองทั้งสามกลุ่มรวมกันจะเห็น น้ำตกทีลอซู ที่ยิ่งใหญ่และสวยงาม บริเวณด้านล่างมีทางเดินไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์บนยอดเขาฝั่งตรงกันข้าม เป็นจุดที่มองเห็น น้ำตกทีลอซู ได้สวยงามและชัดเจนขึ้น ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง


การเดินทาง

การเดินทางด้วยรถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ 161 มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร จากนั้นเดินทางไปตามถนนลูกรังอีก 26 กิโลเมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ใช้เวลาในการเดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง เส้นทางช่วงนี้เป็นทางดิน ควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อที่ช่วงล่างมีความสูงมากพอสมควร ในฤดูฝนรถอาจเข้าไม่ได้ และจากที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร จึงถึงตัวน้ำตกทีลอซู

สถานที่พัก

สถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู มีให้เลือกหลายรูปแบบ



ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (นอนเต้นท์)

ในตัวเมืองอุ้มผาง ทั้งที่ติดแม่น้ำและไม่ติดแม่น้ำ การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 1 สู่ จังหวัดตาก ก่อนถึง จังหวัดตาก ซ้ายมือมีทางแยกป้ายบอก

อ่านบทความเพิ่มเติม




ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย

 ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย เรื่องของอาหารการกิน ยังไงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อร...