วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

บ่อน้ำสีฟ้า จังหวัดกำแพงเพชร

สลากไทพลัส กองสลากไท พาเที่ยว เป็นสระมรกต ที่อยู่จังหวัด กำแพงเพชร เป็นจังหวัดหนึ่งที่มี ที่เที่ยวทางประวัติศาสตร์ และ ที่เที่ยวธรรมชาติ เยอะมาก และวันนี้เราอยากจะพาทุกคนมาเที่ยว บ่อน้ำสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า แกรนด์ แคนยอน กำแพงเพชร สระน้ำที่นี่มีสีฟ้าคราม และใสราวกับน้ำทะเลยังไงยังงั้น สวยมากๆ ไปถ่ายรูปเล่นเพลินๆ กันได้เลย



สลากไทพลัส กองสลากไท บ่อน้ำสีฟ้า

ไฮไลท์ บ่อน้ำสีฟ้า จังหวัดกำแพงเพชร

บ่อน้ำสีฟ้า แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ที่นี่เป็นบ่อดินลูกรังขนาดใหญ่ มีความลึกประมาณ 8-10 เมตรเลยทีเดียว ภายในบ่อน้ำ มีน้ำสีฟ้าครามสวยมากๆ เหมือนน้ำทะเล ทำให้จุดนี้กลายเป็นสถานที่ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนที่มาเที่ยว และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดยอดฮิตที่ควรค่าแก่การมาถ่ายรูปมากๆ เลย ดินบริเวณรอบๆ บ่อน้ำมีลักษณะเป็นดินที่เว้าแหว่งจากการถูดขุดเจาะหน้าดินไป ทำให้มีลักษณะคล้ายกับแกรนด์แคนยอน ไม่ว่าจะถ่ายมุมแคบหรือมุมกว้าง รับรองว่าทุกคนจะต้องได้รูปสวยๆ แต่แนะนำให้เตรียมท่าโพสต์มาให้พร้อมเลยนะคะ ถ้ามาในช่วงกลางวัน อากาศจะร้อนมากๆ และไม่มีที่ร่มให้หลบ เพราะฉะนั้นแนะนำให้มาเที่ยวตอนเช้าๆ สายๆ และตอนเย็น จะดีกว่า



สลากไทพลัส กองสลากไท มุมกว้างบ่อน้ำสีฟ้า

ความสวยของที่นี่อีกอย่างก็คือ น้ำที่อยู่ในบ่อจะมีการไล่สี เริ่มจากส่วนที่ตื้นที่สุดจะเป็นสีฟ้าใสผสมกับเขียวมรก ตสามารถมองเห็นพื้นทรายสีขาวด้านล่างได้ และส่วนที่น้ำลึกก็จะเป็นสีฟ้าเข้มจนมองไม่เห็นพื้นทราย คาดว่าสีฟ้าในสระน้ำนี้เกิดจากฝนที่ตกลงมาชะล้างแร่ธาตุหลายชนิดในดิน ทำให้น้ำเกิดเปลี่ยนสีไปตามชนิดแร่จนเกิดสีสันที่สวยงามขึ้น แต่ที่นี่ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาดเลย เพราะน้ำค่อนข้างลึกอาจทำให้เกิดอันตรายได้ มาถ่ายรูปสวยๆ นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวสระมรกตได้ทุกวัน แต่ควรจะเป็นช่วงเวลากลางวัน เพราะพื้นที่นี้ตั้งอยู่ไกลจากชุมชน พื้นที่โดยรอบเป็นป่ารกร้าง หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะลำบาก ทั้งนี้ด้วยความที่น้ำในสระมรกตมีความเป็นกรดสูง ประกอบกับน้ำมีความเย็นมาก และบ่อลึก จึงไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ การเดินเที่ยวชมและการถ่ายรูปต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ไปยืนในจุดที่เป็นดินเปราะบาง เพราะอาจจะลื่นล้มลงไปในบ่อได้



มุมข้างของบ่อน้ำสีฟ้า

การเดินทางไป บ่อน้ำสีฟ้า

การเดินทางมาที่นี่ อย่าปักหมุดใน Google Maps ว่าสระมรกตหรือบ่อน้ำสีฟ้า เพราะอาจจะเจอพิกัดคนละที่กัน แนะนำให้ปักที่ วัดศรีโยธิน แทน จากนั้นขับผ่านวัดศรีโยธินประมาณ 300 เมตร จะเจอซอย 8 ให้เลี้ยวเข้าไป จะเจอซอยที่เป็นทางดินลูกรังให้ขับตรงมาเรื่อยๆ จะเจอสามแยกจากนั้นเลี้ยวซ้าย เส้นทางนี้บรรยากาศอาจจะดูเงียบ วังเวงและเป็นป่ารก แต่อย่าเพิ่งตกใจไป ให้ขับตรงมาจนสุดทางจะเริ่มเห็นบ่อน้ำแล้ว รับรองว่าสวยสมกับที่ขับรถเข้ามาอย่างแน่นอน



สลากไทพลัส กองสลากไท ข้อมูล บ่อน้ำสีฟ้า

ที่อยู่ : บ้านศรีโยธิน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

พิกัด : https://goo.gl/maps/W2qZCsmTKELNAxBt8

เปิดให้เข้าชม : สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com



อ่านบทความเพิ่มเติมของสลากไทพลัส




สลากไทพลัส ขอแนะนำวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

 สลากไทพลัส กองสลากไท พาไปชม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและจิตกรรมฝาผนังเป็นอย่างมาก เป็นการผสมผสานระหว่างชาติตะวันตก จีน และไทย ได้อย่างสวยงาม




ภาพถ่ายโบสถ์และพระพุทธรูป วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สลากไทพลัส

ประวัติและที่ตั้งของ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

กองสลากไท สลากไทพลัส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นวัดชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู กรุงเทพฯ แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดใหม่อยุ่ใกล้กับวัดรังษีสุทธาวาส ต่อมาได้รวมเข้าเป็นวัดเดียวกัน โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ในรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างขั้นใหม่ วัดนี้ได้รับการทะนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในสมัยปลายรัชกาลที่ ๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฏ ซึ่งผนวชเป็นพระภิกษุอยู่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) เสด็จมาครอง เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๕ ทำให้วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆขึ้น

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชาคณะเสด็จประทับที่วัดนี้แล้วทรง บูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆเพิ่มเติมขึ้นหลายอย่าง พร้อมทั้งได้รับพระราชทาน ตำหนักจากรัชกาลที่ ๓ ด้วย ในสมัยต่อมาวัดนี้ เป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรง ผนวชหลายพระองค์ เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน จึงทำให้วัดนี้ได้รับการทะนุบำรุงให้คงสภาพดีอยู่เสมอ ในปัจจุบัน นี้ ศิลกรรมโบราณวัตถุ และ ศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชม และ ศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย



ภาพถ่ายเจดีย์ใน วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กองสลากไท

ศิลปกรรมที่น่าสนใจใน วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร กองสลากไท

     วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ถือเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่วิจิตรงดงามมากๆ แห่งหนึ่งเลยค่ะ ยิ่งรวมเข้ากับบรรยากาศสุดคลาสสิกแถบ บางลำพู ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวันวานไปยังย่านพระนครในอดีตเลยทีเดียว

เมื่อเข้าไปในวัด จะพบว่าพื้นที่ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เขตพุทธาวาส และ เขตสังฆวาส โดยมีกำแพงและคูน้ำกั้น ในส่วนของเขตพุทวาสจะมี พระอุโบสถ ที่ประดิษฐานของ พระพุทธรูปสำคัญ 2 องค์ คือ พระพุทธสุวรรณเขต (หลวงพ่อโต) ที่อันเชิญมาจาก วัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี เชื่อว่าเดิมเป็นศิลปะขอมตั้งแต่สมัยทวาราวดี แต่พระยาชำนิหัตถการ นายช่างกรม พระราชวังบวรฯ เลาะออกทำพระศกใหม่ด้วยดินเผาให้เล็กลง ลงรักปิดทอง ทำให้มีกลิ่นอายของศิลปะยุครัตนโกสินทร์ และ พระพุทธชินสีห์ ที่อิญเชิญมาจาก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก

สถาปัตยกรรมของพระอุโบสถมีการผสมผสานระหว่างหลายวัฒนธรรม ไทย จีน และ ยุโรป ทำให้พระอุโบสถของ วัดบวรนิเวศวิหาร มีความยิ่งใหญ่และวิจิตรงดงามในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ภายในวัดก็ยังมีจุดที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น พระอุโบสถวัดรังสี วิหารพระศาสดา วิหารเก๋ง พระมหาเจดีย์ หอระฆัง และ หอไตร เป็นต้น


    

ในส่วนของเขต สังฆวาส ก็จะมีพระตำหนักต่างๆ เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเคยผนวชที่วัดนี้ เช่น ตำหนักปั้นหยา เป็นสถาปัตยกรรมแบบอาคารบ้านเรือนฝรั่ง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ตำหนักจันทร์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 และ ตำหนักเพชร อีกตำหนักที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและฝรั่งเข้าด้วยกัน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ค่ะ สลากไทพลัส กองสลากไท

ภาพถ่ายพิพธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร สลากไทพลัส

พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

หากเดินไปทางด้านหลังของวัด จะพบกับ พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ที่จัดตั้งอยู่ใน อาคารมนุษยนาควิทยาทาน อาคารรูปทรงคล้ายโบสถ์คริสต์ ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคประยุกต์เข้ากับรายละเอียดของศิลปะไทย แรกเริ่มสร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2446 เพื่อเป็นอาคารเรียนของ โรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร แต่ต่อมาในสมัยของ สมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราช ก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซ่ม และปรับเปลี่ยนให้เป็น พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร



ด้านในพิพิธภัณฑ์จะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 โซน แต่ละโซนก็จะจัดแสดงพระประวัติพระเกียรติคุณ ผลงานอัฐบริขารและข้าวของเครื่องใช้ของเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารทุกพระองค์ แม้จะไม่ได้นำมาจัดแสดงได้ทุกชิ้น แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาเยี่ยมชมได้ความรู้เกี่ยวกับเจ้าอาวาสแต่ละพระองค์ได้ไม่มากก็น้อยาอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2552 ค่ะ

สลากไทพลัส กองสลากไท

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com



อ่านบทความเพิ่มเติมของสลากไทพลัส





อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จังหวัดอุบลราชธานี

สลากไทพลัส กองสลากไท พาไป  พิกัดเที่ยวอีสาน แบบที่ว่าป่าไม้สวย น้ำตกงาม ก็ต้องมาที่ อุบลราชธานี ณ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย แห่งนี้เลย ไหนใครเป็นสายเที่ยวธรรมชาติ ชอบเดินป่า ชิลกับน้ำตก รีบตามเรามาอย่าพลาด ที่นี่อาจจะกลายเป็นพิกัดเที่ยวธรรมชาติที่รักไปเลยก็ได้



สลากไทพลัส กองสลากไท อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

ไฮไลท์ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อุบลราชธานี

อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย แห่งนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของ อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศกัมพูชา โดยพื้นที่ป่าเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและเนินเขา ซึ่งลาดไปทางทิศใต้ มีภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูจองนายอย ภูจองน้ำซับ ภูจันทร์แดง ภูพลาญยาว ความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 300-600 เมตร สภาพป่าทั่วไปจะเป็น ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีพรรณไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ซึ่ง อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นั้นจะเป็นพื้นที่ที่พบ ต้นจอง หรือ ต้นสำรอง เป็นจำนวนมาก เลยเป็นที่มาของชื่ออุทยานฯ นั่นเอง ส่วนคำว่า นายอย นั้น ก็มาจากคำว่า น้ำย้อย ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งต้นน้ำลำธาร มีน้ำไหลย้อยลงมาตามเพิงผาที่อยู่ใกล้น้ำตก และมีลำน้ำสายน้ำสำคัญต่างๆ ทั้ง ลำโดมน้อย ลำโดมใหญ่ และ ห้วยหลวง เป็นต้น ส่วนสัตว์ป่าภายในอุทยานฯ นั้น ก็จะมีตั้งแต่ เลียงผา กวางป่า เก้ง กระจงเล็กหมูป่า ชะมด หมีขอ หมาใน หมูหริ่ง กระต่ายป่า ชะนี กระทิง ฯลฯ นก กว่า 150 ชนิด โดยมี นกเป็ดก่า เป็นไฮไลท์ของที่นี่ ส่วนของสัตว์เลื้อยคลานนั้น เช่น ตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่า เต่าเหลือง แย้ขีด งูหลาม งูจงอาง งูเห่า เป็นต้น




สลากไทพลัส กองสลากไท มุมน้ำตกสูง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ก็คือ น้ำตกห้วยหลวง น้ำตกเกิ้งแม่ฟอง น้ำตกประโอนละออ น้ำตกสราลีภิรมย์ แก่งสนสามพันปี แก่งกะเลา แก่งศิลาทิพย์ พลาญกงเกวียน พลาญป่าชาด ภูหินด่าง อ่างเก็บน้ำพลาญเสือตอนบน เป็นต้น และช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวที่อุทยานฯ นี้ ก็คือ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์นั่นเอง ใครชอบบรรยากาศของป่าเขา ธรรมชาติสีเขียวๆ ต้องไม่พลาดมาเที่ยว อุบลราชธานี ที่ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย แห่งนี้เลยค่า รับรองว่ามาที่นี่จะได้ไปชิลกับ น้ำตกสวย มากมาย จุดชมวิวต่างๆ ได้ทั้งซึมซับธรรมชาติ และได้รูปสวยๆ กับป่าไม้สีเขียวกลับมาอย่างแน่นอน



มุมกว้างของอุทยานแห่งชาติ

สลากไทพลัส กองสลากไท ข้อมูล อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

ที่อยู่ : ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/1WoiVgXerjZM9iLi6 

เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.

โทร : 06-4232-5741

เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Phuchong.DNP

สลากไทพลัส กองสลากไท พร้อมรวย

สลากไทพลัส พาชมวัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

    ถ้าถามถึงสถานที่ท่องเที่ยวย่านพระนคร สลากไทพลัส กองสลากไท จะไม่พูดถึงภูเขาทอง หรือ วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)  ไม่ได้ ด้วยเป็นพุทธสถานที่โดดเด่น ตั้งอยู่สูงสง่าใจกลางเมืองใหญ่ มีเจดีย์สีทองอร่ามส่องประกายสะท้อนแสงวิบวับทั้งยามกลางวันและกลางคืนอยู่ด้านบนสุด กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างอยากมาเช็กอิน และสำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวชมเลยสักครั้ง หรืออาจจะไปเที่ยวมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เคยรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของภูเขาทอง วันนี้เรามาทำความรู้จักกับที่นี่ให้มากขึ้นไปด้วยกัน



ภาพถ่ายมุมสูง วัดสระเกศ(ภูเขาทอง) สลากไทพลัส

ความเป็นมาของ วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)หรือพระบรมบรรพต สลากไทพลัส

สลากไทพลัส กองสลากไท พาทำความรู้จัก วัดสระเกศ(ภูเขาทอง) เริ่มสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์มีพระราชดำริให้สร้างพระปรางค์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของพระนคร แต่ด้วยพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นดินเลนโคลนทำให้รองรับน้ำหนักของโครงสร้างไม่ไหว องค์พระปรางค์จึงพังลงมา แต่ยังไม่ทันสร้างแล้วเสร็จก็สิ้นรัชกาลที่ 3 เสียก่อน

  ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างใหม่โดยเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นภูเขาจำลองสูง แล้วมีเจดีย์อยู่ด้านบนแทน มีบันไดเวียนขึ้น-ลง 2 ทาง พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปวางศิลาฤกษ์ด้วยพระองค์เอง และเปลี่ยนชื่อจากภูเขาทองเป็นพระบรมบรรพต แต่การก่อสร้างก็ยังไม่เสร็จสิ้นเมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จสวรรคต

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์ รวมความสูงจากฐานจนถึงยอดพระเจดีย์ได้ 77 เมตร และมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศอินเดียมาไว้ในองค์พระเจดีย์เมื่อ พ.ศ. 2422 และได้เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลา 7 วัน  7 คืน ในช่วงเทศกาลลอยกระทง มีการปฏิบัติสืบกันมาจนกลายเป็นประเพณีนมัสการพระบรมสารีริกธาตุภูเขาทอง หรืองานวัดภูเขาทองนั่นเอง



พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระเจดีย์ บรรจุไว้ในผอบที่มีอักษรพราหมี หรือเมารยะ จารึกไว้ว่า พระบรมสารีริกธาตุนี้เป็นของพระพุทธเจ้า (สมณโคดม) ตระกูลศากยราช ได้รับแบ่งปันในเวลาถวายพระเพลิงพุทธสรีระ มีการขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2441 ณ เมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย และทางรัฐบาลอินเดียก็ได้น้อมเกล้าฯ น้อมถวายแด่รัชกาลที่ 5 และพระองค์ก็โปรดให้บรรจุไว้ที่พระบรมบรรพต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2442

ภาพถ่ายพระพุทธรูปภายใน วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

แนะนำ2จุดเด่นของ วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

วัดแห่งนี้มีจุดเด่นคือ พระบรมบรรพต หรือที่เรียกกันว่า ภูเขาทอง โดยเพื่อนๆ จะเห็นเป็นเจดีย์บนภูเขาจำลองตั้งอยู่ในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทว่าวัดแห่งนี้ เริ่มสร้างตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระเจดีย์ ได้บรรจุไว้ในผอบที่มีอักษรพราหมี หรือเมารยะ ด้วยค่ะ โดยหากเพื่อนๆ มาทำบุญช่วงเย็นๆ จะได้ถ่ายรูปวิวกรุงเทพฯ ตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้อย่างสวยงามทีเดียวค่ะ



อีกหนึ่งจุดเด่นที่ สลากไทพลัส ชอบมากๆ นั้นก็คือ การเดินขึ้นบันได 344 ขั้น เพื่อไปกราบไหว้พระ และชมวิวแบบ 360 องศา บริเวณด้านบนของวัดภูเขาทอง เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากๆ โดยเราขอแนะนำเพื่อนๆ ให้พกน้ำดื่มเย็นๆ หมวก หรือร่มมาเผื่อฝนตก หรือแดดร้อนมากๆ ด้วยค่ะ และเมื่อเดินขึ้นไปแล้ว ระหว่างทางเพื่อนๆ จะได้เต็มอิ่มกับวิวของกรุงเทพมหานคร ได้เห็นตึกรามบ้านช่อง และเมฆสีขาวปุกปุยเต็มท้องฟ้า พอให้เรานั้นได้กดชัตเตอร์เดินถ่ายรูปไว้เป็นความทรงจำ


ภาพถ่ายพระเจดีย์ภูเขาทอง ของ วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

งานวัดภูเขาทอง หรือ วัดสระเกศ(ภูเขาทอง)

          ได้ชื่อว่าเป็นงานวัดที่เก่าแก่มากที่สุดของกรุงเทพฯ เริ่มจัดครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 ตรงกับช่วงเทศกาลลอยกระทง โดยจะเป็นงานรื่นเริง มีมหรสพ ดนตรี ร้านค้า ร้านอาหาร มาออกร้านกันอย่างคับคั่ง บรรยากาศสนุกสนาน ไฮไลต์ของงานจะอยู่ที่การห่มผ้าแดงให้กับองค์พระเจดีย์และการเปิดให้นมัสการพระบรมสารีริกธาตุจนถึงช่วงกลางดึก



ภาพถ่ายต้นศรัมหาโพธิ์ใน วัดสระเกศ(ภูเขาทอง) สลากไทพลัส

ที่ตั้งของภูเขาทอง

          ภูเขาทอง ตั้งอยู่ภายในเขตของ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ติดกับคลองมหานาค ในพื้นที่แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ อยู่ห่างจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ 300 เมตร โลหะปราสาท ประมาณ 500 เมตร อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราว ๆ 700 เมตร และอยู่ห่างจากบริเวณท้องสนามหลวง เพียงแค่ราว ๆ 1.5 กิโลเมตร

สลากไทพลัส กองสลากไท


สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com



อ่านบทความเพิ่มเติมของสลากไทพลัส




วัดประยงค์กิตติวนาราม

วัดที่โดดเด่นในวันนี้ ซึ่งเป็นวัดที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน สลากไทพลัส กองสลากไท จะพาทุกคนออกเดินทางมายังวัดที่มีชื่อว่า วัดประยงค์กิตติวนาราม ซึ่งจุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ พญาครุฑองค์ใหญ่ลำตัวมีสีแดง ปีกสีทอง นั่งอยู่บนกองเงินกองทอง สื่อให้เห็นถึงการมีสมบัติที่มากมายก่ายกอง ตั้งเด่นสูงสง่า อยู่ด้านหน้าทางเข้าวัดเลยค่ะ





ภาพถ่ายด้านหน้า วัดประยงค์กิตติวนาราม 

ประวัติความเป็นมา วัดประยงค์กิตติวนาราม

สลากไทพลัส กองสลากไท ขอเล่าประวัติ วัดประยงค์กิตติวนาราม หรือชาวบ้านเรียกว่า วัดหลวงพ่อเพชร ตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 แต่เดิมบริเวณตั้งวัดเป็นป่ากกและบ่อปลาซึ่งพระครูวินัยธรพชร ฐานกโร หรือพระอาจารย์เพชร ได้ธุดงค์มาปักกลด ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2549 ต่อมาศิษยานุศิษย์ได้แนะนำให้รู้จักกับเจ้าของที่ดิน คือ คุณประยงค์ เหมกรณ์ และด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจึงได้บริจาคที่ดินจำนวน 2 ไร่ เพื่อตั้งสำนักสงฆ์ โดยอุทิศส่วนกุศลให้กับคุณกิตติ เหมกรณ์ ซึ่งเป็นลูกชาย ด้วยเหตุนี้จึงใช้ชื่อว่า สำนักสงฆ์ประยงค์กิตติวนาราม ต่อมาได้รับสถานะเป็นวัด

สิ่งโดดเด่นของวัด คือ ครุฑตัวแดงห่มทองขนาดสูง 5 เมตร ตั้งอยู่หน้าวัด อุโบสถขนาดใหญ่สีครีมซึ่งสร้างเสร็จราว พ.ศ. 2556 เป็นอุโบสถจัตุรมุข วัดมีรูปปั้นพระมหากัสสปะ กุฏิไม้ขนาดเล็กทรงไทยหลายหลังอยู่ถัดไปจากอุโบสถขนาดใหญ่และกุฏิไม้ขนาดใหญ่ 1 หลัง รูปปั้นหลวงปู่ทวดขนาดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ รายล้อมไปด้วยต้นไม้และอาคาร นอกจากนี้ยังมีพระศรีอริยเมตไตรย ความสูง 15 เมตร ปิดทองทั้งองค์ด้วยทองคำแท้ อยู่ด้านในของวัดติดกับสำนักงานวัดประยงค์ ภายในวัดบรรยากาศร่มรื่น ห้องน้ำสะอาด กำหนดเขตสังฆาวาสห้ามให้ฆราวาสเข้าชัดเจน



ภาพถ่ายพระพุทธรูป วัดประยงค์กิตติวนาราม 

สลากไทพลัส : คาถาบูชาองค์พญาครุฑ วัดประยงค์กิตติวนาราม

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 ครั้ง)

          คะรุปิจะ กิติมันตัง มะอะอุ โอมพญาครุฑ

          รุจ รุจ แล้วรวย นะได้เงิน นะได้ทอง นะได้ทรัพย์

          นะเมตตา นะเจริญ นะมั่นคง นะล้างอาถรรพ์ อฐิฐามิ




ที่ตั้ง วัดประยงค์กิตติวนาราม

ที่ตั้งวัดประยงค์กิตติวนาราม : : 76 หมู่ 4 ถนนประชาสำราญ แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ภาพถ่ายพณาครุฑวัดโพธิ์ทอง วัดที่คล้าย วัดประยงค์กิตติวนาราม



วัดที่คล้ายกัน วัดโพธิ์ทอง กรุงเทพฯ

วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมเดินทางไปสักการะ “พญาครุฑ” ที่พระครูวิศิษฏ์พิทยาคม (พระอาจารย์วราห์ ปุญญวโร) เจ้าอาวาสวัดโพธิทอง และเป็นราชาแห่งครุฑของไทย อีกทั้งที่นี่ยังเป็นหนึ่งในสถานที่กราบไหว้พญาครุฑยอดนิยม โดยวัดโพธิ์ทองเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่บริเวณที่คลองลัดขี้เหล็กตัดกับคลองเจ้าคุณ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 เดิมชื่อ วัดทุ่ง ต่อมาในปี พ.ศ. 2507 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดโพธิทอง” ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตัก 60 นิ้ว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างสถาบันเพาะช่างที่วดงาม

       ที่ตั้ง : ซอยสุขสวัสดิ์ 26 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

สลากไทพลัส กองสลากไท

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทความเพิ่มเติมของสลากไทพลัส




วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

น้ำตกปูแกง จังหวัดเชียงราย

สลากไทพลัส กองสลากไท จะพาชม น้ำตกปูแกง ช่วงนี้จะเข้าหน้าฝนแล้ว ไปรับอากาศดีๆกันหน่อยมั๊ย หาเวลาไปเที่ยวให้ใจมันชุ่มฉ่ำ ที่เที่ยวธรรมชาติ จังหวัดเชียงราย จะพาไปเยือนที่อยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอยหลวง บอกเลยแค่ชื่อก็น่าสนใจมากแล้ว



สลากไทพลัส กองสลากไท น้ำตกปูแกง

ไฮไลท์ น้ำตกปูแกง เชียงราย

น้ำตกปูแกง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ที่เกิดจากการทับถมของหินปูนที่ไหลปะปนมากับสายน้ำ มีทั้งหมด 9 ชั้น แต่ละชั้นอยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร ทุกชั้นสามารถลงเล่นน้ำได้ ภายในยังมีถ้ำตื้นมากมายหลายแห่ง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นประจำ บริเวณน้ำตกนี้ยังเป็นแหล่งรวมของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์นานาชนิด และท่านที่สนใจชมธรรมชาติที่หลากหลาย ทางอุทยานแห่งชาติดอยหลวงได้จัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้บริการ การเดินทางไปน้ำตกมีทางแยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยาบริเวณหลักกิโลเมตรที่ เข้าไปถึงบริเวณน้ำตก ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เส้นทางใช้ได้ตลอดปี



สลากไทพลัส กองสลากไท น้ำตกชั้นที่1

ส่วนภายในบริเวณ น้ำตกปูแกง ยังมีถ้ำตื้นมากมายหลายแห่งด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเลย อีกทั้งที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์นานาชนิด เหมาะกับการมาเที่ยวชมธรรมชาติ และทางอุทยานฯ เอง ก็มีการจัดเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ให้เดินกันแบบชิลๆ ด้วย ตั้งอยู่บริเวณบ้านปูแกง ต.แม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยปกติจะมีราษฎรในท้องถิ่นเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนอยู่เป็นประจำ เป็นสถานที่รับลม บรรยายกาศดีมาก สวยงามมาก ต้องลองไปสักครั้งนะ เพราะมันเป็นไรที่สวยมากจริงๆ เข้าหน้าฝนแล้วเราตต้องลองไปสักครั้ง มีน้ำตกตั้ง 9 ชั้น เล่นได้ทุกชั้นเลยเป็นสถานที่พักผ่อน หย่อยใจเลย ทำให้สบายใจ ปลอดโปร่งมาก




น้ำตกชั้นที่ 2

การเดินทางไป น้ำตกปูแกง

 ส่วนการเดินทางไป น้ำตกปูแกง นั้น ถ้ามาจากในเมือง ให้เราไปทางแยกจากถนนสายเชียงราย-พะเยาที่เป็นถนนหลักได้เลย โดยประมาณ 8 กิโลเมตรจากแยก ก็ถึงตัวน้ำตกแล้ว นอกจากกิจกรรมเล่นน้ำตกแล้ว ที่นี่ก็ยังสามารถ ดูผีเสื้อ ดูนก ต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน ความสมบูรณ์จากธรรมชาติขนาดนี้ ไปเยือกสักครั้ง ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย

สลากไทพลัส กองสลากไท ข้อมูล น้ำตกปูแกง

ที่อยู่ : ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

พิกัด : https://goo.gl/maps/zhjeo1wJ2DATkdjD9 

เปิดให้เข้าชม : สามารถเข้าชมได้ตามเวลาเปิดปิดของสถานที่


สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com


กองสลากไท จะพาทุกคนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ

 กองสลากไท สลากไทพลัส พาทุกคนไปเที่ยว น้ำตกเอราวัณ น้ำตกขนาดใหญ่และมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ที่ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี และน้ำตกแห่งนี้ยังแบ่งออกเป็น 7 ชั้น คือ ไหลคืนรัง, วังมัจฉา, ผาน้ำตก, อกผีเสื้อ,เบื่อไม่ลง, ดงพฤกษา และชั้นสุดท้ายชื่อว่า ภูผาเอราวัณ ซึ่งทั้ง 7 ชั้นก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของชาวไทยและชาวต่างชาติต่างก็ต้องมาชมความสวยงามของน้ำตกแห่งนี้ให้ได้สักครั้งในชีวิต




ภาพป้ายอุทยานแห่งชาติเอราวัณ หรือ น้ำตกเอราวัณ สลากไท

สลากไทพลัส พามาทำความรู้จัก น้ำตกเอราวัณ

สลากไทพลัส กองสลากไท น้ำตกเอราวัณ หรือชื่อเดิม น้ำตกสะด่องม่องลาย ทางเดินเข้าน้ำตกจากที่จอดรถ มีระยะทางประมาน 800 เมตร ในช่วงต้นทางเป็นถนนลาดยาง สองข้างทางร่มรื่นด้วยต้นไม้ สามารถเดินทางสะดวก หรือจะใช้บริการนั่ง รถกอล์ฟส่งถึงทางขึ้นน้ำตกชั้นที่ 1 ค่าบริการคนละ 30 บาท ก่อนที่จะถึงน้ำตกชั้นที่ 1 สุดลาดยาง จะเป็นทางเดินป่า พอไกล้ถึงน้ำตกจะเห็นธารน้ำใสสวยๆ ที่ไหลมาจากน้ำตก ซึ่งเป็นวิวที่ดูสวยงาม เมื่อถึงน้ำตก จะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มีระยะทางยาวประมาณ 2,200 เมตร แต่ละชั้นก็จะมีชื่อเรียกและความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้



ชั้นที่หนึ่ง ไหลคืนรัง เดินจากต้นทาง เริ่มที่ป้ายมาประมาณ 20 เมตร ชั้นนี้จะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ สายน้ำจะไหลลงตามหินที่ลดหลั่นกันลงมา เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนรับลมชิลล์ๆ พร้อมชมวิวน้ำตกฟินๆ  ในชั้นนี้นั้นยังมีที่นั่งให้ผู้ที่มาเที่ยวได้นำอาหารมานั่งรับประทานร่วมกัน รวมทั้งยังมีร้านขายอาหารและน้ำดื่มที่ทางอุทยานมีให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการด้วยค่ะ

ชั้นที่สอง วังมัจฉา ห่างจากชั้นแรกประมาณ 150 เมตร  ชั้นนี้จะมีปลามาตัวเล็กตัวใหญ่จำนวนมาก สมชื่อกับ วังมัจฉา ส่วนตัวน้ำตกคล้ายกับผาตัดมีน้ำไหลลงมาเป็นม่านน้ำตก (โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปหลังม่านน้ำตกได้) มีแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นชั้นที่นิยมมาเล่นน้ำมากที่สุด และชั้นนี่มีกองอำนวยการ ที่เป็นจุดตรวจ สำหรับนักท่องเที่ยวจะเดินไปไปยังชั้น 3 เพื่อลงทะเบียนขวดน้ำและจ่ายเงินมัดจำเสียก่อน ถึงจะนำขวดน้ำดื่มติดตัวไปได้

ภาพถ่ายปลาจำนวนมากที่ น้ำตกเอราวัณ สลากไทพลัส

ชั้นที่สาม ผาน้ำตก ห่างจากชั้นสองประมาณ 200 เมตร จะต้องเดินสะพานแขวนตัดข้ามลำธาร ที่ทางอุทยานจัดเตรียมไว้ให้ เป็นน้ำตกไหลลงมาจากหินสูงตกลงมากระทบกับโขดหินที่อยู่ด้านล่าง จนเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวมรกต บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์และมีร่มเงานั่งพักผ่อน

ชั้นที่สี่ อกนางผีเสื้อ ห่างจากชั้นสามประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงจากโขดหินที่รูปร่างคล้ายกับหน้าอกจนเป็นที่มาของชื่อ อกนางผีเสื้อ (แต่จริงๆแล้วลักษณะเหมือนกับหน้าอกของหญิงสาวมากกว่า) และบริเวณหน้าอกนางผีเสื้อ ยังเป็นไลด์เดอร์ธรรมชาติที่ไหลลื่นตกลงมายังแอ่งน้ำด้านล่าง ที่นักท่องเที่ยวนิยมเล่นจำนวนมาก ส่วนน้ำในชั้นสี่มีความใสจนมองเห็นพื้นดินและฝูงปลาใต้น้ำ

ชั้นที่ห้า เบื่อไม่ลง ห่างจากชั้นสี่ประมาณ 600 เมตร ทางเดินขึ้นชั้น 5 เป็นทางเดินขึ้นเขาที่ค่อยข้าง ลาดชันและต้องปีนโขดหิน ระหว่างทางมีสะพานข้ามลำธารที่มีธรรมชาติรอบๆที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณชั้น5 เป็นมีพื้นที่กว้างและมีความสวยงามมากๆ มีน้ำตกไหลผ่านก้อนหินใหญ่น้อยลดหลั่นกันไปจนถึงแอ่งน้ำสีมรกต รอบๆปกคลุมด้วยตันไม้ที่แผ่กิ่งกางจนคล้ายกับหลังคา เหมาะแก่พักผ่อน เล่นน้ำมากๆ จึงทำให้ชั้น 5 กลายเป็นชั้นยอดฮิตของชาวไทยและชาวต่างชาติ



ชั้นที่หก ดงพฤกษา ห่างจากชั้นห้าประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกที่แหวกเป็นม่านน้ำตกไหลลงมาจากดงพฤกษา และไหลลงมาสู่อ่างน้ำสีมรกตที่รายล้อมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ แต่ชั้นนี่ไม่ค่อยเป็นนิยมเล่นน้ำนัก เนื่องจากสายน้ำที่ไหลลงมานั้นน้ำไม่ค่อยแรงและน้ำน้อยกว่าชั้นอื่นๆ จึงทำให้นักท่องเที่ยวมาแค่เวาะชมวิว แล้วเดินต่อไปอีกชั้น

ชั้นที่เจ็ด ภูผาเอราวัณ ชั้นสุดท้ายที่มีน้ำตกสวยที่สุด ซึ่งอยู่ห่างจากชั้นหกประมาณ 100 เมตร มีทางค่อนข้างลำบากพอสมควร เป็นทางขึ้นบันไดที่สูงและชันมาก และต้องข้ามแอ่งน้ำ 2 จุด บริเวณน้ำตกมีน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง ซึ่งเป็นน้ำที่ใสสะอาดมากๆ ไหลลงเป็นแอ่งน้ำ ส่วนบริเวณหน้าผาน้ำตกถ้ามองดีๆจะรูปลักษณะ  เศียรของช้างเอราวัณทั้ง 3 เศียร จึงเป็นที่มาของชื่อ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ และก่อนกลับอย่างลืมเวาะถ่ายรูป กับป้ายที่เขียนว่า คุณคือผู้พิชิต


ภาพถ่ายบรรยากาศ น้ำตกเอราวัณ สลากไทพลัส

ข้อจำกัดในการเข้าเที่ยวชม น้ำตกเอราวัณ

กองสลากไท ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเอราวัณ หรือ น้ำตกเอราวัณ เปิดรับนักท่องเที่ยวและอนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้อีกครั้ง โดยเปิดให้เล่นได้เฉพาะน้ำตกชั้นที่ 1-3 โดยคนที่จะเล่นน้ำจะต้องมารับเสื้อชูชีพและลงทะเบียนที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ ก่อนจะสวมชูชีพลงไปแหวกว่ายในสายน้ำเย็นฉ่ำ จากนั้นเมื่อใกล้หมดเวลาเจ้าหน้าที่จะเป่านกหวีดให้สัญญาณให้ขึ้นจากน้ำ สลับให้รอบต่อไปได้ลงเล่น ถือเป็นมิติใหม่ของน้ำตกเอราวัณ รวมถึงน้ำตกอื่น ๆ ในอุทยานแห่งชาติที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ




ภาพบรรยากาศมุมหนึ่งใน น้ำตกเอราวัณ กองสลากไท

ลักษณะพื้นที่ น้ำตกเอราวัณ

สลากไทพลัส สำหรับอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณนั้น มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันสลับกับพื้นที่ราบ สายน้ำที่มีต้นกำเนิดจากภูเขาลูกนี้ไหลรวมตัวกันเป็น “น้ำตกเอราวัณ” โดยภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูน ทำให้น้ำที่ไหลมานี้มีหินปูนหรือแคลเซียมคาร์บอเนตละลายอยู่ในน้ำ สาหร่ายหรือตะไคร่น้ำต่างๆ จึงไม่สามารถขยายพันธุ์เจริญเติบโตได้ น้ำจึงดูใสสะอาด เมื่อแสงแดดส่องลงมากระทบ น้ำจะดูดกลืนคลื่นแสงสีแดงไว้ ทำให้มองเห็นพื้นของน้ำตกหินปูนเป็นสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วและสวยงามนั่นเอง และอีกหนึ่งข้อดีของน้ำตกหินปูนก็คือพื้นหินบริเวณน้ำตกจะไม่ลื่น ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุลื่นล้มหล่นน้ำกันสักเท่าไร

สลากไทพลัส กองสลากไท

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง  LINE : @ S L T P 7 8 9 

www.สลากไทพลัส.com



ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย

 ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย เรื่องของอาหารการกิน ยังไงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อร...