วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566

ประวัติความเป็นมาของวัดแจ้ง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดแจ้ง เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 40 ไร่





วัดแจ้งตั้งเมื่อ พ.ศ. 2391 ที่มาของชื่อวัดสืบเนื่องจากเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นำทัพเดินทางกลับจาราชการสงครามที่ประเทศกัมพูชา เมื่อเดินทางถึงบริเวณที่วัดแจ้งก็สว่างดี จึงให้ทหารพักผ่อนที่บริเวณนี้ ต่อมาได้ทำการสร้างวัดขึ้นและได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่นำมาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งพบ ณ เจดีย์เก่าแก่พุพัง มีต้นโพธิ์ ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุม มาประดิษฐานไว้ในอุโบสถนามว่า หลวงพ่อเพชร ได้สร้างกุฏิให้อาจารย์เป็นพระภิกษุเขมรที่ติดตามกองทัพมา ให้อาจารย์เป็นผู้ดูแลรักษาวัดในตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2499 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 11 เมตร ยาว 29 เมตร



พุทธลักษณะของ หลวงพ่อเพชร เป็นพระพุทธรูปที่หล่อด้วยโลหะ เกศเป็นเกศบัวตูม นั่งขัดสมาธิเพชร คือ พระบาท (เท้า) ทั้งสองไขว้กัน ฝ่าพระบาทเกี่ยวกระหวัดมองเห็นชัดทั้งสองข้าง พระหัตถ์ (มือ) ขวา ห้อยบนพระชานุ (เข่า) ด้านขวา พระหัตถ์ซ้ายวางอยู่บนหน้าตัก เป็นพระพุทธรูปปางสดุ้งมารหรือปางมารวิชัย สันนิษฐานว่าเป็นพระสร้างสมัยเชียงแสน ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารแบบล้านนา​



พระธาตุวัดแจ้งปราจีนบุรี รูปทรงคล้ายพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม และศาลาวิปัสสนา ภายในศาลาประดิษฐานสรีระอดีตเจ้าอาวาส (หลงปู่ทัต) ตั้งอยู่กลางสระน้ำ อุโบสถมีขนาดกว้าง 11 เมตร ยาว 29 เมตร สร้างเมื่อพ.ศ. 2494 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง LINE:@STPLUS

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส

ประวัตอความเป็นมาของวัดป่ามะไฟ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดบางแตน โดยสลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดศรีดอนคำ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดพระบาทมิ่งเมือง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส


ประวัติความเป็นมาของวัดป่ามะไฟ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

สวัสดีวันนี้ สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดป่ามะไฟ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลโคกไม้ลาย อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี และเป็นที่ตั้งของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดปราจีนบุรี แห่งที่ 5



วัดป่ามะไฟตั้งวัด เมื่อ พ.ศ. 2368 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 เดิมชื่อ วัดอุดมผล ชาวบ้านเรียก วัดนอก เปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดป่ามะไฟ" เมื่อ พ.ศ. 2487 เมื่อพิจารณาจากหลักฐานขุดพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปแกะสลักด้วยหินทราย ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ยังพบวิหารเล็กทรงเครื่องแต่หากพังเหลือเพียงกำแพง



แต่เดิมมีสภาพทรุดโทรม จนกระทั่ง พ.ศ. 2489 ในสมัยหลวงพ่อเส็งเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้พัฒนาถาวรวัตถุอย่างต่อเนื่อง เช่น อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ ฌาปนสถาน จนได้รับเลือกจากกรมการศาสนาให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ในปี พ.ศ. 2520 และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น” ในปี พ.ศ. 2523



อาคารเสนาสะที่สำคัญ ได้แก่ อุโบสถ กว้าง 14 เมตร ยาว 63 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2531 ศาลาการเปรียญ กว้าง 15 เมตร ยาว 45 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2525 ศาลาธรรมสังเวช กว้าง 14 เมตร ยาว 37 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2510 วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) กว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2537 เจดีย์ธาตุ กว้าง 9 เมตร ยาว 9 เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2547 และกุฎิกัมมัฏฐานกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร จำนวน 70 หลัง

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง LINE:@STPLUS

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดบางแตน โดยสลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดศรีดอนคำ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดพระบาทมิ่งเมือง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดสะแล่ง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส


ประวัติความเป็นมาของวัดบางแตน โดยสลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

   สวัสดีวันนี้ สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดบางแตน ตั้งอยู่ที่วัดบางแตน วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าก่อตั้งมานาน กว่า 200ปีจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ทราบว่าวัดนี้เดิมชื่อ วัดสีลาดสัดทาทำ
     



“วัดบางแตน” เป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลายถึงปัจจุบันมีอายุเกือบ ๆ  300 ปี วัดนี้ชาวบ้านบางแตนร่วมกันสร้างเพื่อเป็นวัดประจำ ต.บางแตน สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนาพุทธ เดิมมีชื่อว่า “วัดสีลาดสัดทาทำ” ต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจคณะสงฆ์ในเขตมณฑลปราจีนบุรีและเสด็จวัดสีลาดสัดทาทำ ทรงตรัสถามความเป็นมา เมื่อรับทราบความแล้วทรงมีรับสั่งให้เปลี่ยนชื่อตามชื่อตำบลบางแตน คือ “วัดบางแตน”วัดบางแตน


ส่วนวัดบางแตนยังมีเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ในวันที่ 15 ธันวาคม 2451  ตรงกับ ร.ศ. 127  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5  เสด็จประพาสต้นมณฑลปราจีนบุรีโดยทางชลมารค (แม่น้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรี) ก่อนถึงวัดบางแตน บริเวณนี้แม่น้ำเป็นทางอ้อมประมาณ 15 เมตร สมัยนั้นเรือแจวเก๋งพระที่นั่งต้องแจวอ้อมเกือบ 1 วัน ดังนั้นชาวบ้านและหน่วยงานภาครัฐได้กราบทูลให้ทรงทราบ ถ้าขุดเป็นร่องน้ำ สำหรับเรือเก๋งพระที่นั่งผ่านไปได้ใช้เวลาไม่นาน แล้วก็ขุดร่องน้ำเพื่อเรือเก๋งพระที่นั่งผ่านไปได้  ปัจจุบันร่องน้ำกลายเป็นเกาะในแม่น้ำปราจีนบุรีใกล้ ๆ วัดบางแตนและพระองค์ท่านทรงประทับแรม ณ วัดบางแตนวัดบางแตน



สำหรับองค์หลวงพ่อคุ้มพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี มีเรื่องราวเล่าขานกันว่า พ่อค้าคนหนึ่ง เดินทางมาจาก อ.ท่าวุ้น จ.ลพบุรี นำสินค้ามาค้าขายในชุมชน ต.บางแตนและได้บรรทุกองค์พระพุทธรูปจากวัดเขาสมอคอนมาด้วยกับเกวียนของตนเอง ครั้งนั้น หลวงตาแก่ท่านเห็นองค์พระพุทธรูปในเกวียนพ่อค้า หลวงตาแก่ท่านเอ่ยปาก อัตมาขอบิณฑบาตพระพุทธรูปองค์นี้ ปรากฏว่าพ่อค้าถวายให้หลวงตาแก่ เมื่อได้รับถวายแล้วยกไม่ขึ้น จึงประกอบพิธีอัญเชิญ ก็มองเห็นร่องรอยการแกะสลักองค์พระพุทธรูปด้วยหินศิลาแลงสามารถยกแยกออกมาได้ 16 ชิ้น แล้วอัญเชิญประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถและชาวบ้านช่วยกันพอกปูนทับองค์พระพุทธรูปไว้ สำหรับชื่อหลวงพ่อคุ้ม ชาวบ้านเรียกขานกันมาถึงทุกวันนี้หลวงพ่อคุ้ม


มีเหตุผลของชาวบ้านเล่าเรื่องให้ฟังว่ามีทหารได้หนีภัยสงครามมาแล้วบอกชาวบ้านให้เข้าไปหลบภัยสงครามในพระอุโบสถเพราะอาจจะมีทหารข้าศึกเดินทัพผ่านมาทางบ้านบางแตน เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวเรื่องสงครามจึงได้เข้าไปพร้อมกับทหารเพื่อหลบภัยสงครามในพระอุโบสถ และก็กราบขอพรองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองและคุ้มภัย พอชาวบ้านและทหารรอดพ้นจากภัยสงคราม ต่อมาจึงเรียกว่า “หลวงพ่อคุ้ม” (เป็นที่มาของชื่อหลวงพ่อคุ้มมาจากคุ้มภัยสงครามนั้นเอง)น้ำมนต์หลวงพ่อคุ้ม


องค์หลวงพ่อคุ้มสันนิษฐานกันว่าสมเด็จพระเจ้าอู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงสร้างไว้เป็นศิลปะแบบอู่ทอง ปัจจุบันหลวงพ่อคุ้มมีพ่อค้า แม่ค้า ข้าราชการและนักท่องเที่ยวเดินทางไปนมัสการขอพรหลวงพ่อคุ้มกันมาก ส่วนการแก้บนมีการฉายหนังกลางแปลง ลิเกและละครเป็นต้นวัดบางแตน



นอกจากนี้ภายในวัดบางแตนมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวบ้านในลุ่มน้ำปราจีนบุรี เช่นเรือยาว เครื่องมือดักจับปลาและหวดดินเผาเป็นต้น น่าเดินทางไปเที่ยววัดบางแตน ด้านหน้าวัดมีสะพานแขวนข้ามไปเกาะแม่น้ำปราจีนบุรี  เย็น ๆ แดดร่มลมพัดผ่านสบาย ๆ จะเห็นแสงแดดอ่อน ๆ แบบชิลล์ ๆ มองวิวทิวทัศน์สวยงาม ถ่ายภาพตรงสะพานแขวนสวยงามนะจ๊ะวัดบางแตน


สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง LINE:@STPLUS

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดศรีดอนคำ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดพระบาทมิ่งเมือง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดสะแล่ง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

  ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำสาริกา โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส      

วันเสาร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2566

ประวัติความเป็นมาของวัดศรีดอนคำ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

 สวัสดีวันนี้ สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดศรีดอนคำ หรือ วัดพระธาตุศรีดอนคำ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่




วัดศรีดอนคำ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดห้วยอ้อ เนื่องจากภายในวัดมีพระธาตุห้วยอ้อหรือพระธาตุศรีดอนคำซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่ เชื่อกันว่าภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พระธาตุสร้างเมื่อคราวพระนางจามเทวีเสด็จจากเมืองละโว้ไปเมืองหริภุญชัยและผ่านบริเวณที่ตั้งพระธาตุจึงได้สร้างพระธาตุขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 1078 และบรรจุพระสารีริกธาตุส่วนพระอุระไว้ เมื่อ พ.ศ. 2198 ในสมัยพระยาจอมหัวคำเป็นเจ้าเมืองลอง พระมหาเถรจากวัดดอนชัยเมืองแพร่ ขออนุญาตบูรณปฏิสังขรณ์พระธาตุ และ พ.ศ. 2198 พระยานครลำปางและพระยานครแพร่ได้ร่วมกันบูรณะพระธาตุ จากข้อมูลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2162 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2477




พระธาตุศรีดอนคำเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ฐานล่างเป็นฐานเขียงสูงรับฐานบัวลูกแก้วอกไก่ ถัดขึ้นไปเป็นชั้นบัวถลาแปดเหลี่ยม รองรับองค์ระฆัง ซึ่งมีลักษณะแปดเหลี่ยมเช่นกัน ถัดไปเป็นบัลลังค์ ปล้องไฉนและปลียอด วัดยังมี พระเจ้าพร้าโต้ พระพุทธรูปศิลปะพม่า มีความสูง 3 เมตร หน้าตักกว้าง 1.5 เมตร ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว และทางวัดได้สร้างศาลาให้ประดิษฐาน นอกจากนี้ในพิพิธภัณฑ์ยังมีพระไม้ขนาดเล็ก ที่สร้างด้วยมีดอีกจำนวน 1,000 องค์



สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ประวัติความเป็นมาของวัดพระบาทมิ่งเมือง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

สวัสดีวันนี้ สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดพระบาทมิ่งเมือง ตั้งอยู่ถนนเจริญเมือง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 



วัดพระบาทมิ่งเมืองมาจากสองวัดรวมกัน ได้แก่ วัดพระบาท และวัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ห่างกันเพียงมีถนน กั้นเท่านั้น วัดพระบาทเป็นวัดของพระยาอุปราชหรือเจ้าหอหน้า ส่วนวัดมิ่งเมืองเป็นวัดของเจ้าผู้ครองนครแพร่ เมื่อเมืองนครแพร่ถูกล้มเลิกระบบเจ้าผู้ครองนคร วัดทั้งสองก็ถูกทอดทิ้งอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก กระทั่งคณะกรมการจังหวัดเห็นสมควรรวมสองวัดเข้าด้วยกัน ให้ชื่อว่า วัดพระบาทมิ่งเมือง




วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ และยังมีพระเจดีย์มิ่งเมือง ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีรอย พระพุทธบาทจำลองอยู่ภายใน นอกจากนี้วัดนี้ยังเป็นที่ตั้งของอาคารยาขอบอนุสรณ์เพื่อระลึกถึง "ยาขอบ"หรือ นายโชติ แพร่พันธุ์ นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้วซึ่งเป็นทายาทเจ้านครเมืองแพร่องค์สุดท้าย



สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม
ติดต่อทาง LINE:@STPLUS



อ่านบทความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส




ประวัติความเป็นมาของวัดสะแล่ง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดสะแล่ง หรือ วัดป่าสุคันธธรรมาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยอ้อ อำเภอลอง จังหวัดแพร่ เป็นวัดเก่าแก่สมัยเดียวกับวัดพระธาตุศรีดอนคำ 



ประวัติ

มีตำนานเล่าสืบกันมาว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่ดอยสะแล่งแก้วดอนมูล หรือดอยสะแล่งหลวง เจ้าเมืองและชาวบ้าน ต่างพากันไปถวายบิณฑบาตแก่พระพุทธเจ้า และพระสงฆ์สาวก เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยพระกระยาหารแล้ว ชายาเจ้าเมืองได้ถวายดอกสะแล่งดอกไม้ป่าชนิดหนึ่ง มีดอกสีขาวนวลเป็นพุทธบูชา พระพุทธเจ้าทรงรับและอนุโมทนา แล้วทรงมีพุทธฎีกาพยากรณ์ว่า ในอนาคตกาล สถานที่แห่งนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุของพระองค์ และสถานที่แห่งนี้จะมีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป จากการที่ชายาเจ้าเมืองถวายดอกสะแล่งเป็นพุทธบูชา และดอยแห่งนี้มีต้นสะแล่งอยู่ วัดนี้จึงมีชื่อว่า วัดสะแล่ง ประวัติความเป็นมา



เมื่อครั้งพระนางจามเทวีได้เสด็จมาครองเมืองหริภุญชัย ขบวนเสด็จได้ผ่านเมืองกุกกุฏไก่เอิก(อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น และบางส่วนของอำเภอเด่นชัยในปัจจุบัน) ได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาได้มีการบูรณะปรับปรุง เปลี่ยนแปลงวัดมาหลายยุคสมัย จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2506 พระครูวิจิตรนวการโกศล (ครูบาสมจิต จิตฺตคุตโต) พร้อมด้วยพระครูสีลสังวราภิรัต (ครูบามิ่ง จิตฺตสํวโร) ขณะยังนั้นเป็นสามเณรมิ่ง เต็มใจ ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2527 ได้รับประกาศให้วัดสะแล่งพ้นจากวัดร้างให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์ วัดสะแล่งได้แบ่งเขตวัดเป็นเขตพุทธาวาสเก่าและเขตพุทธาวาสใหม่



 ซึ่งมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันจึงได้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์วัดสะแล่ง" ขึ้นมาทางด้านหลังของวัดมีเรือนรับรองอาคันตุกะ บ่อน้ำพุร้อน สถานที่อาบน้ำแร่ ลานกีฬา ไว้สำหรับบริการ ประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ทางเนินเขาด้านหลังวัด (ดอยโป่งมื่น) ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สวนสมุนไพร และเสนาสนะต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก วัดสะแล่งจึงเป็นทั้งพุทธสถานและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งของจังหวัดแพร่

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง LINE:@STPLUS

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำสาริกา โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุจอมกิตติ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดกลางเวียง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดร่องเสือเต้น โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดถ้ำสาริกา โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

 สวัสดีวันนี้ สลากไทพลัส จะมาเสนอความเป็นมาของวัดถ้ำสาริกา จ.นครนายก



เมื่อปลายปี 2562 “องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ” หรือ “ยูเนสโก” (UNESCO) ได้ประกาศยกย่อง “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” พระอริยสงฆ์ชื่อดังของเมืองไทย ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สาขาสันติภาพ ในวาระปี พ.ศ. 2563-2564 และยังเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ชาตกาล องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต


องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและถวายเป็นอาจาริยบูชาแด่องค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัด“โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณขององค์หลวงปู่มั่น ที่ได้บำเพ็ญคุณประโยชน์อย่างมากมายไว้แก่พระศาสนา และสังคมไทย พร้อมน้อมนำหลักคำสอนมาปฏิบัติสืบต่อไป และยังเป็นการส่งเสริม และสร้างรายได้ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยว โดยชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชน ตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อปี 2562 มี 36 แห่ง ใน 12 จังหวัด ที่มีความสำคัญและความเชื่อมโยงกับองค์หลวงปู่มั่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ลพบุรี นครนายก เชียงใหม่ อุบลราชธานี นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองคาย เลย หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ



นายสุรพล เศวตเศรนี รองประธานคณะทำงานโครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า “จากดำริของนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดทำโครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนได้เข้าไปศึกษาคำสอนอันดีงาม ซึ่งองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตถือเป็นต้นแบบให้กับพระภิกษุสงฆ์และฆราวาสได้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานและการภาวนาเจริญสมาธิ ที่ท่านได้จาริกไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาในสถานที่ต่างๆ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และประเทศใกล้เคียง

“สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญ ที่บอกเล่าเรื่องราว และญาณหยั่งรู้อันน่าอัศจรรย์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมขององค์หลวงปู่มั่น อีกทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริม และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน

“โครงการนี้ยึดหลักในการทำงานร่วมกันระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน ภายใต้หลัก “บวร” และพัฒนาเป็น บริษัท วิสาหกิจชุมชน ราชการ “บวร2” เข้าบูรณาการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ของชุมชนจากโครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่เป็นการกระจายรายได้เข้าสู่ผู้ประกอบการร้านค้าชุมชน ร้านอาหาร โฮมสเตย์ ผู้ผลิตสินค้าชุมชน ของที่ระลึก และพัฒนาต่อยอดให้มีวิสาหกิจเพื่อสังคมในอนาคต” นายสุรพลกล่าว


สำหรับหนึ่งในสถานที่ทัวร์ธรรมะ ตามรอยหลวงปู่มั่นใกล้กรุงฯอันโดดเด่นก็คือ “วัดถ้ำสาริกา” ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดเล็ก อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกสาริกา ภายในบริเวณวัดมีบันไดเดินขึ้นไปมีลักษณะและสภาพป่าเขา บรรยากาศร่มรื่นเป็นธรรมชาติมีกุฎิหลังน้อย ๆ หลายหลังสร้างขึ้นเพื่อสะดวกในการมาสักการะและใช้เป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีไฮไลท์คือ “ถ้ำหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

” มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำเล็ก ๆ ประมาณ 3 เมตร อยู่ลึกเข้าไปภายใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งเคยเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วัดถ้ำสาริกา เป็นสถานที่ที่หลวงปู่มั่น เคยมาบำเพ็ญเพียรภายหลังจากได้รับข้อธรรมจาก พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ โดยหลวงปู่มั่นท่านได้จาริกมายังถ้ำสาริกาในช่วงประมาณปี พ.ศ.2455 และได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ภายในถ้ำตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น

อย่างไรก็ดีเมื่อแรกที่หลวงปู่มั่นมาพำนักต้องประสบกับภาวะอาพาธ ท่านจึงใช้การบำเพ็ญภาวนาเอาชีวิตเข้าแลกจนได้รับ “ธรรมโอสถ” ผ่านวิกฤติหายจากอาพาธมาได้ และด้วยการภาวนาวิปัสสนาอย่างอุกฤษฏ์ต่อเนื่องจนได้รับแสงแห่งปัญญาอันเป็น “ธรรมอัศจรรย์” ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแห่งมรรคผลตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า



หลังจากนั้นท่านได้เริ่มออกเผยแผ่ธรรมที่ท่านได้รับจากการบำเพ็ญเพียรที่ถ้ำสาริกาและได้เริ่มรับศิษยานุศิษย์ศึกษาธรรมะอันเป็นจุดเริ่มต้นแห่งกองทัพธรรมพระกัมมัฏฐาน ที่ปัจจุบันได้สาดส่องแสงธรรมออกไปทั่วหล้า

ปัจจุบันวัดถ้ำสาริกา ได้ประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่มั่น ขนาดเล็กกว่าองค์จริงเล็กน้อย ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำหลวงปู่มั่นให้กรายสักการะกัน

ส่วนบริเวณใกล้ ๆ กัน ประดิษฐานพระประธานพระพุทธรูปปางนั่งสมาธิ และรูปหล่อสมเด็จพระพุทธจารย์โต พรหมรังสีสำหรับให้ชาวบ้านหรือพุทธศาสนิกชนได้มาบูชากราบไหว้กัน และมีตู้กระจกซึ่งด้านในมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่มั่นซึ่งเท่ากับขนาดองค์จริงประดิษฐานอยู่

นอกจากนี้ ในเส้นทางการตามรอยศรัทธาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ยังมีจุดที่อยากแนะนำให้ผู้สนใจได้แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมคือ “มิวเซียม ปะพวน” ที่ปากพลี เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ดำเนินการโดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดฝั่งคลอง ณ วัดฝั่งคลอง ต.เกาะหวาย อ.ปากพลี จ.นครนายก

ที่นี่เป็นหนึ่งในต้นแบบพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ในระดับภูมิภาค และเป็นแหล่งท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ด้านชาติพันธุ์ของจังหวัดนครนายก บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต ความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของชาวไทยพวนในอำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตพื้นบ้านแบบไทยพวน ที่กำลังค่อยๆ สูญหายและถูกกลืนไปกับสังคมไทยสมัยใหม่

สลากไทพลัส 80 บาททุกใบไม่มีบวกเพิ่ม ถูกรางวัลรับเต็ม

ติดต่อทาง LINE:@STPLUS

www.สลากไทพลัส.com


อ่านบทมความเพิ่มเติมของ สลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุจอมกิตติ โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดกลางเวียง โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดร่องเสือเต้น โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ประวัติความเป็นมาของวัดเชียงมั่น โดย สลากไทพลัส กองสลากไทพลัส

ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย

 ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย ไทยพลัสนิวส์ 10 อาหารที่กินแล้วทำให้ แก่วัย เรื่องของอาหารการกิน ยังไงก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ต่อร...